ไฮโซสาวสุดทน! ถูกอดีตสามี ลูกชายดีเจดัง ซ้อม 2 ปี
Pongpang อีจัน
22 สิงหาคม 2565

วันนี้ (22 ส.ค. 65) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ สายไหมต้องรอด พา น.ส.ธัญญ์สมินธิ์ (สงวนนามสกุล) หรือ เบลล์ญาณบารมี ไฮโซสาว เจ้าของ บริษัท หมื่นมนต์ตรา จำหน่ายน้ำหอม เครื่องรางนำโชค และรับดูดวงด้วยไพ่ยิปซีโบราณล้านนา เข้าพบ ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ช่วยคุ้มครอง และติดตามคดีที่ถูกอดีตสามีทำร้ายร่างกาย นาน 2 ปี แจ้งความดำเนินคดีไว้ในหลายพื้นที่ แต่คดีไม่มีความคืบหน้าใดๆ และหลังตัดขาดเลิกรากับอดีตสามี ยังถูกอดีตสามีคุกคาม คลุ้มคลั่งจะพังเข้ามาในบ้านพัก โดยวันนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมรับฟังการร้องเรียนด้วย





ภายหลังการเข้ารับฟังการร้องทุกข์ ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต ระบุว่า หลังจากที่ได้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ พบว่าพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุถือว่ามีความรุนแรง คุกคามอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นสามีภรรยากัน แต่หากมีการทำร้ายร่างกายกันถือว่าผิดกฎหมาย และทราบว่ามีการเข้าแจ้งความไว้ตั้งแต่ปี 2564 และคดีไม่มีความคืบหน้า ตนเองจึงได้ประสานไปที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 เพื่อสอบถามในประเด็นดังกล่าวแล้ว ทราบว่าในวันนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1ได้สั่งการให้เจ้าของสำนวนคดีในพื้นที่ของ สภ.ปากเกร็ด ดำเนินการเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินการแจ้งข้อหา และจะประสานไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนคดีที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วในอีกหลายพื้นที่ เพื่อให้เร่งรัดคดีในส่วนของการคุ้มครองพยาน และวันนี้จะส่งให้เจ้าหน้าที่จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักของผู้เสียหาย ดำเนินการวางแผนเกี่ยวกับการคุ้มครองพยาน เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เสียหายเอง


เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังกล่าวอีกว่า ตนเองขอฝากถึงผู้ก่อเหตุ ว่าขอให้หยุดการกระทำความรุนแรงในลักษณะนี้ รวมถึงขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางผู้ก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือเพื่อนให้ช่วยกันตักเตือน เพราะหากยังไม่หยุดการกระทำ กรมราชทัณฑ์ยังคงมีพื้นที่เอาไว้รองรับผู้ที่กระทำความผิดหรือประพฤติตัวแบบนี้อยู่เสมอ และยังรวมถึงว่าหากมีผู้ร่วมเดินทางไปก่อเหตุกับผู้กระทำความผิดก็อาจเข้าข่ายร่วมกันบุกรุก หรือทำร้ายร่างกายผู้อื่นซึ่งจะได้รับโทษเท่ากันกับผู้ก่อเหตุ
ขณะที่ในส่วนของพี่น้องประชาชนทั่วไปรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบเห็นเหตุการณ์ที่มีหญิงสาวถูกทำร้ายและผู้ทำร้ายอ้างว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว ขอให้ดำเนินการช่วยเหลือโดยทันที เพราะแม้จะเป็นเรื่องในครอบครัว แต่หากมีการทำความผิดเกี่ยวกับร่างกายโดยการทำร้ายร่างกายถือว่าผิดกฎหมาย

ด้าน ไฮโซเบลล์ เผยว่า หลังจากเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรมและทราบว่ามีการดำเนินการช่วยเหลือด้านใดบ้างก็รู้สึกดีใจและรู้สึกปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เพราะยอมรับว่าที่ผ่านมาตนเองอยู่ในภาวะวิตกกังวลหวาดกลัว มีอาการตัวสั่นและร้องไห้เองอยู่เสมอใกล้เคียงกับภาวะโรคซึมเศร้า เพราะหวาดกลัวการถูกทำร้ายจากอดีตสามี เพราะแม้จะมีการตัดขาดเลิกรากันมาตั้งแต่ช่วงที่คลอดลูกคนสุดท้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ยังถูกอดีตสามีคอยตามรังควานทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังเคยถูกทำร้ายร่างกายที่หน้าร้านอาหารชื่อดังในเขตพื้นที่ของ สน.ทุ่งมหาเมฆ และตนเองได้เข้าแจ้งความและพยายามเดินทางเพื่อขอหลักฐานกล้องวงจรปิดที่หน้าร้านอาหารแต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ โดยเจ้าของกล้องวงจรปิดให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวและไม่อยากทำให้ชื่อเสียงของอาคารเสียหาย ซึ่งตนเองมองว่าอยากขอให้ทุกคนช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกกระทำเช่นตน เพราะทุกคนมักจะอ้างว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว ทั้งที่ปัจจุบันผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นอะไรกับตนเองแล้วแต่ยังคงสะกดรอยตามหรือติดตามเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของตนเองตามโซเชียล และตามมาทำร้าย เชื่อว่าจะมีคนในลักษณะเดียวกับตนอยู่อีก

ส่วนคดีที่มีการแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวนในหลายพื้นที่ ไฮโซเบลล์ กล่าวว่า อยากขอให้ทางตำรวจดำเนินการช่วยเหลือในทางคดี เพราะความหวาดกลัวของตนเองมีเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุยังคงไม่ลดละในการคุกคาม อีกทั้งยังมีการข่มขู่ประกาศว่าจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว ซึ่งตนเองเชื่อว่าอดีตสามีสามารถทำได้ เพราะพฤติกรรมในการก่อเหตุมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น รวมถึงอดีตสามียังมีการพูดถึงว่ามีแบ็คเป็นนายตำรวจยศใหญ่ ไม่กลัวการแจ้งความดำเนินคดีของตนเอง ซึ่งตนเองไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นการกล่าวอ้าง แต่ยอมรับว่าในหลายหลายครั้งที่มีการบุกมาที่บ้าน มักจะได้ยินการพูดถึงเรื่องอาวุธและผู้มีอิทธิพลคอยหนุนหลัง จึงทำให้ตนเองยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น


นอกจากนี้ มีผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสอบถามไปที่ นายชวิศ (สงวนนามสกุล) หรือ หมี่ อดีตสามี ผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง นายหมี่ให้ข้อมูลเพียงว่า ขณะนี้ไม่สะดวกเนื่องจากอยู่ระหว่างการทำงานแล้วจะติดต่อกลับทีมข่าวอีกครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากนายหมี่อีกเลย