ฝันร้ายในโรงเรียน เด็ก ป.4 ถูกเพื่อนซ้อมโหดช้ำทั้งตัว เหตุเพราะ “เหยื่อตกปลา”
ต่อ อีจัน
26 มกราคม 2569

เด็กตัวแค่นี้ กล้าทำร้ายกันขนาดนี้เลยหรือ?
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก Phetrada Bunyaket โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความว่า
“จะเด็กคนไหนก็ไม่ควรโดนแบบนี้ นี่คือฝีมือเด็ก ป.4 ใช้เท้ากระทืบเอารองเท้าตบหน้า
ใช้ท่อแป๊ป+ขันตีในห้องน้ำแล้วเตะต่อยซ้ำ!!!
แถมข่มขู่ว่าถ้าฟ้องครูหรือพ่อแม่จะเอาให้ตาย
ไม่ไกล่เกลี่ยแล้วนะคะ เดินเรื่องให้ถึงที่สุด
สถานพินิจเท่านั่น ทำกับลูกเราขนาดนี้ บอกจะจ่ายค่ายาให้ 500 ตลกมาก จะกี่บาทก็ไม่รับ ไม่ติดเรื่องเงิน แต่ติดเรื่องที่ลูกโดนกระทำขนาดนี้
อย่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติในสังคม จ่ายแล้วคิดว่าจะจบ โดนกับครอบครัวเราไม่จบง่ายๆแน่นอน ถึงจะเป็นลูกเลี้ยงแต่ก็เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวน้อยๆ ไม่เคยตีขนาดนี้ #ช่วยกันแชร์หน่อยค่ะ”

ทางอีจันจึงไปทางผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวเปิดเผยว่า น้องที่ถูกทำร้าย ชื่อเอ (นามสมมุติ) เรียนอยู่ชั้น ป.4 ถูกเพื่อนทำร้ายร่างกายในห้องน้ำของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี โดยมีการใช้ท่อแป๊ปและขันน้ำทุบตี ก่อนเตะต่อยซ้ำจนได้รับบาดเจ็บช้ำทั้งตัว นอกจากนี้ยังมีการข่มขู่ว่า หากนำเรื่องไปบอกครูหรือผู้ปกครอง จะ “เอาให้ตาย”

โดยหลังเกิดเหตุ ญาติของเด็กผู้ก่อเหตุเสนอจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เพียง 500 บาท แต่ครอบครัวผู้เสียหายยืนยันจะเดินเรื่องให้ถึงที่สุด พร้อมระบุว่า “ไม่ได้ติดใจเรื่องเงิน แต่รับไม่ได้กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กตัวเล็ก ๆ ด้วยกัน”

สำหรับสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ ทราบว่า ฝั่งน้องที่โดนกระทำถูกบังคับให้นำ “กบยาง” หรือ “เหยื่อตกปลา” ไปให้คู่กรณี แต่เมื่อไม่ได้นำไปให้ จึงถูกทำร้ายร่างกายจนเกิดเหตุขึ้น ซึ่งทางโรงเรียนไม่ได้เพิกเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังพบว่าเด็กชายเดินกลับมามีรอยช้ำเต็มตัว จึงพยายามถามถึงสาเหตุ แต่ในช่วงแรกทางตัวเด็กยังไม่กล้าพูด เพราะหวาดกลัวกับคำข่มขู่

หลังครอบครัวทราบเรื่อง จึงได้พาตัวเด็กเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และเข้าแจ้งความตั้งแต่วันแรก เพื่อให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย พร้อมทั้งดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของเด็ก หลังพบว่ามีอาการหวาดกลัวและไม่อยากไปโรงเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 69 ทางโรงเรียนจึงเชิญทั้งสองฝ่ายเข้ามาพูดคุยเพื่อหาทางออก แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ครอบครัวผู้เสียหาย จึงตัดสินใจขอไกล่เกลี่ยกับครอบครัวเด็กที่เป็นคู่กรณี โดยให้ตำรวจเป็นคนกลางในการพูดคุยและยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความรุนแรงในโรงเรียน แต่เป็นเสียงเตือนครั้งใหญ่ว่า “โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเด็ก ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่เด็กตัวเล็กๆ ต้องจดจำไปทั้งชีวิต”