รักร้าย ทำลายชีวิต 6 ปีที่คำว่า “รัก” กลายเป็นโซ่ตรวน เลิกไม่ได้ หนีไม่พ้น ฝันร้ายทั้งชีวิต!

จ๊ะจ๋า อีจัน

จ๊ะจ๋า อีจัน

26 ธันวาคม 2568

รักร้าย ทำลายชีวิต 6 ปีที่คำว่า “รัก” กลายเป็นโซ่ตรวน   เลิกไม่ได้ หนีไม่พ้น ฝันร้ายทั้งชีวิต!

วันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 10.00 น. นายทหารหญิงยศ ร.ท. อายุ 29 ปี สังกัดกรมทหารแห่งหนึ่ง เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก มูลนิธิปวีณาฯ หลังถูกอดีตนายทหารนอกราชการยศ พล.ท. อายุ 63 ปี วางแผนลวงนัด ก่อนก่อเหตุทำร้ายร่างกายและข่มขืนอย่างทารุณ โดยมีนายทหารยศ ร.อ. อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นลูกน้อง ร่วมก่อเหตุ

ลวงนัดก่อนย้ายประเทศ

ผู้เสียหายเล่าว่า หลังตัดสินใจขออิสรภาพและแยกทางจาก พล.ท. ได้รับการติดต่อให้ไปพบเป็น “ครั้งสุดท้าย” โดยอ้างว่าหย่ากับภรรยาแล้วและกำลังจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ จึงนัดพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน บางพลัด ในวันที่ 21 ธ.ค. 2568 โดยผู้เสียหายเดินทางไปพร้อมน้องสาว และตั้งใจนำพวงมาลัยไปไหว้ขอขมาเพื่อจบปัญหาทั้งหมด

ระหว่างอยู่ที่ร้านอาหาร พล.ท. ชวนดื่มไวน์ ผู้เสียหายและน้องสาวดื่มไปคนละ 2 แก้ว ก่อนที่ พล.ท. จะนำน้ำที่ก้นแก้วมีลักษณะ สีขาวขุ่น มาให้ดื่ม โดยอ้างว่าเป็น “น้ำวิตามิน” หลังดื่มเข้าไป ทั้งสองคนเริ่มมีอาการมึนงงผิดปกติ

เวลาประมาณ 20.00 น. พล.ท. บอกว่ามีของขวัญจะให้ จึงชวนผู้เสียหายไปที่ท้ายรถ SUV เมื่อเปิดประตูท้ายรถ ผู้เสียหายถูก ผลักเข้าไปด้านใน ก่อนที่ พล.ท. จะตามขึ้นไปในรถ ใช้กำลังชกต่อย กดศีรษะไม่ให้เงยหน้า ใช้สายรัดเคเบิ้ลไทร์มัดมือทั้งสองข้าง มัดข้อเท้า ปิดปากด้วยสก๊อตเทป และใช้มือปิดตาไม่ให้เห็นเส้นทาง

จากนั้นมีชายสวมหมวกคล้าย “ไอ้โม่ง” มาขับรถพาออกไป โดยภายหลังทราบว่าเป็นนายทหารยศ ร.อ. ลูกน้องของ พล.ท.

เมื่อไปถึงโรงแรมม่านรูดแห่งแรก ผู้เสียหายพยายามร้องขอความช่วยเหลือ ส่งเสียงดังจนพนักงานหวาดกลัวและไม่ยอมเปิดห้องให้ พล.ท. จึงสั่งให้ ร.อ. ขับรถพาไปโรงแรมม่านรูดอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียง

ที่โรงแรมแห่งที่สอง ผู้เสียหายถูกมัดปากซ้ำอีกครั้ง ถูกอุ้มเข้าไปในห้องและถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง

ลูกน้องขอร้อง แต่ถูกสั่งให้ร่วม

ขณะอยู่ในห้อง ร.อ. ได้ยกมือไหว้ขอร้อง พล.ท. พร้อมพูดว่า

“ขอร้องอย่าทำน้องเขาเลยครับนาย”

แต่ พล.ท. กลับตะคอกใส่และสั่งว่า

“มึงอย่ามายุ่ง มึงถอดกางเกงมันเลย และมึงยืนดูด้วย”

จากนั้น พล.ท. ชกต่อยใบหน้าและลำตัวของผู้เสียหาย พร้อมด่าทอว่า

“มึงแจ้งความใช่มั้ย”

ก่อนจะ ข่มขืนผู้เสียหายทั้งที่ยังถูกมัดมือ จนสำเร็จความใคร่ และมีการ ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ หลังเกิดเหตุ พล.ท. ตัดสายรัดเคเบิ้ลไทร์ออกเพียงข้างเดียว อีกข้างยังคงติดอยู่ พร้อมข่มขู่ว่า

“ถ้ามึงแจ้งความ มึงตายแน่”

หลังจากนั้น พล.ท. และ ร.อ. ขับรถมาส่งผู้เสียหายกลับที่ร้านอาหาร น้องสาวเห็นผู้เสียหายในสภาพสะบักสะบอม ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย ผู้เสียหายขอให้ ร.อ. ช่วยตัดเคเบิ้ลไทร์ที่ยังค้างอยู่ที่ข้อมืออีกข้างออก ก่อนที่ทั้งสองจะรีบขึ้นรถของตัวเองและเดินทางไปโรงพยาบาลทันที เนื่องจากมีอาการเจ็บซี่โครงอย่างรุนแรง

น้องสาวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่ผู้เสียหายถูกพาตัวออกไป มีหญิงสาว 2 คนเข้ามานั่งตีสนิทและบอกว่ารู้จัก พล.ท. ทำให้เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนถ่วงเวลาไม่ให้น้องสาวออกตามหา

หลังรักษาตัว ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.บางพลัด และถูกส่งตรวจร่างกาย เมื่อฝ่ายผู้ก่อเหตุทราบว่ามีการแจ้งความ ได้โอนเงินให้น้องสาว 30,000 บาท และโอนให้ผู้เสียหาย 50,000 บาท อ้างเป็นค่ารักษาพยาบาล แต่ผู้เสียหายโอนเงินคืนทั้งหมด และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ทนทุกข์นาน 6 ปี
ผู้เสียหายเล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2563 ขณะยังเป็นนักศึกษาปี 4 ครอบครัวยากจน ต้องทำงานพิเศษเลี้ยงดูย่า และได้พบ พล.ท. ที่ร้านอาหาร ก่อนถูกชักชวน สร้างความสัมพันธ์ และถูกควบคุมชีวิตอย่างเบ็ดเสร็จ ถูกใช้เป็นนางบำเรอและทาสรับใช้ หากขัดใจจะถูกทำร้ายร่างกาย

ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ถูกทำร้ายจนเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง แม้ขอเลิกและยอมโอนคืนคอนโดฯ ถึง 4 ห้อง เพื่อขอชีวิตคืน แต่ยังถูกคุกคามต่อเนื่อง ทั้งพังประตูห้อง หยอดกาวรถ ทำทรัพย์สินเสียหาย และเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2568 ยังถูกเตะต่อหน้าตำรวจ สน.เตาปูน พร้อมแสดงพฤติกรรมไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ปวีณาประสานตำรวจ – คดีอยู่ระหว่างดำเนินการ

วันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 13.00 น. นางปวีณา พาผู้เสียหายเข้าพบตำรวจ สน.บางพลัด และร่วมประชุมกับผู้บังคับบัญชาระดับสูง โดยตำรวจยืนยันจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย