วลีคัดคนเข้าสภา “ไม่รับเงินเดือน สส.” พูดดูดี หรือแค่หาเสียง ?
ทีมออนไลน์
1 วันที่แล้ว

“ไม่รับเงินเดือน สส.” วาทกรรมที่กำลังจะกันคนธรรมดาออกจากสภา
ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

เริ่มจากการจุดประเด็นเรื่องเลี้ยงอาหารวันประชุม แต่ตอนนี้หลายคนเริ่มลุกลามไปสู่เรื่องเงินเดือน โดยอ้างว่าเพราะอาสาเข้ามาทำงานทำไมต้องมีเงินเดือน จนก้าวไปสู่การเสนอลดจำนวน สส. และ สว.
และยิ่งน่าแปลกใจว่าความเห็นเหล่านี้ออกมาจากคนที่ดำรงตำแหน่ง สส. และ สว. เองด้วยซ้ำไป
ฟัง ๆ ดูเผิน ๆ ก็เหมือนจะเข้าที ถ้าหากมาจากหลักคิดที่ว่าของแบบนี้เป็นส่วนเกิน แต่หากถอยออกมาสู่จุดตั้งต้น เราจะเห็นได้ว่า คนที่ออกมาแสดงความเห็นเช่นนี้ โดยเฉพาะคนที่เป็น สส. และ สว. เองนั้น อาจจะไม่ได้รับรู้ถึงหลักการตั้งแต่ต้น หรือไม่ก็รู้แต่แค่อาศัยเรื่องแบบนี้พูดเอาเท่เพื่อหาเสียง
การมีอยู่ของ สส. การให้เงินเดือนตอบแทน ไม่ใช่เรื่องส่วนเกินหรือสิ้นเปลืองแต่อย่างใด เราต้องไม่ลืมว่าเราเป็นประเทศที่ปกครองกันด้วยระบอบรัฐสภา และระบอบรัฐสภา มีรากฐานสำคัญคือ มีตัวแทนที่มาจากการเลือกของประชาชนซึ่งก็คือ สส. พวกเขาไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมของระบอบแต่อย่างใด
พวกเขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่ประชาชนเลือกเข้ามาเพื่อเป็นปากเป็นเสียง เพื่อพูดในเรื่องที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสามารถพูดให้อำนาจรัฐสามารถได้ยินได้
สส. มีหน้าที่ในการเดินหน้ารับรองสิทธิ ปกป้องประชาชนจากการเอารัดเอาเปรียบผ่านสิ่งที่เรียกว่ากฎหมายที่พวกเขามีหน้าที่บัญญัติออกมา
พวกเขามีหน้าที่เป็นตัวแทนเข้าไปเลือกคนที่จะมาปกครอง ไม่ใช่จู่ๆก็ให้ใครไม่รู้เข้ามาถืออำนาจรัฐโดยที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นแม้แต่น้อย
ถ้าไม่หลับหูหลับตาจนเกินไปเราจะพบว่าการที่เราก้าวหน้ามาถึงขนาดนี้ก็มี สส. เป็นส่วนหนึ่งของระบบและระบอบ
จริงอยู่ที่มีการผิดพลาดบ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ใช่สิ่งจำเป็นกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภา
แต่หากมองว่าพวกเขาเป็นสิ่งแปลกปลอม ไม่จำเป็น และศรัทธาในระบอบอื่น การที่จะมองมุมเช่นนี้ก็ไม่แปลก

การที่ สส. มีหน้าที่ต่างๆเช่นนี้แปลกหรือที่พวกเขาจะมีรายได้ เอาเข้าจริงการเป็นตัวแทนประชาชนทั้งเขตเลือกตั้งที่มีประชาชนกว่า 160,000 คน และต้องทำหน้าที่ แบบ 7 วัน และ 24 ชั่วโมง การมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม ก็ไม่ใช่สิ่งที่เกินจริงเพราะการทำงานก็ย่อมต้องมีค่าตอบแทน ที่สมน้ำสมเนื้อกับความรับผิดชอบ
พวกเขาไม่ใช่งานพาร์ทไทม์ ที่ทำหน่อยหนึ่ง แล้วก็แว้บไปทำอย่างอื่นได้
หากเราตัดเงินเดือน สส. ออก คำถามคือพวกเขาจะเลี้ยงชีพอย่างไร เราคิดว่าคนแบบไหนที่อยู่ได้ ทำงานฟรี 4 ปี โดยที่ไม่ต้องมีเงินเดือน ซึ่งหากเป็นแบบนี้คือการกัน “คนธรรมดาๆ” ออกไปจากการเป็นตัวแทนปวงชน
และเมื่อคนแบบ “ไม่ธรรมดา” เข้ามาเป็น สส. คิดว่าพวกเขาจะร่างกฎหมายหรือใช้อำนาจเพื่อใคร เพราะ ภาษิตทางกฎหมายบอกไว้ชัดว่า “ชนชั้นใดตรากฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น”
จริงอยู่ที่การใช้งบประมาณหลายๆอย่างชวนตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างการจัดเลี้ยง แต่เราก็สามารถปรับให้เหมาะสมได้ เพราะไม่ใช่ว่าการเลี้ยงอาหารจะไม่มีรากฐานคิดแต่อย่างใด
แต่หากเห็นว่าไม่เหมาะสม สิ้นเปลือง เราก็สามารถปรับให้เหมาะสมได้ หรือสวัสดิการต่างๆ ก็สามารถปรับให้เหมาะสมได้ เพราะไม่ว่าใครก็ตามก็ควรได้รับสวัสดิการทั้งสิ้น
เราต้องไม่คิดว่า สส. เป็นมนุษย์วิเศษ หากแต่พวกเขาเป็นคนที่ต้องเข้ามาทำงานตามระบบระบอบที่วางไว้ ดังนั้นจะแปลกอะไรหากพวกเขาจะได้รับรายได้และสวัสดิการที่เหมาะสม
การที่ สส. และ สว. หลายๆคนออกมาพูดแบบนี้ชวนให้ตั้งคำถาม พวกเขาเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเองมากน้อยเพียงไหน หรือยึดมั่นสมาทานระบอบการปกครองแบบใด
และคำถามหลักๆคือแล้วพวกเขาเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเองขนาดไหน ถึงขั้นที่เสนอลดจำนวนและตัดรายได้ของตัวเองลง หรือจริงๆแล้วพวกเขาก็รู้ แต่มีเรื่องอะไรอยู่เบื้องหลัง
อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้มีคนที่ออกมาเรียกร้องให้ใช้งบประมาณทั้งเรื่อง สวัสดิการ จัดเลี้ยง หรือการตั้งผู้ติดตามอย่างเหมาะสม แต่ก็กลับถูกคนที่ดาหน้าออกมาตอนนี้คัดค้าน แต่มาวันนี้จู่ๆกลับเรียกร้องให้ทั้งลด ทั้งตัด คำถามคือพวกเขาเชื่อแบบนั้นจริงๆหรือแค่พูดเพราะดูดี และใช้หาเสียงได้เท่านั้น