“จาตุรนต์” หวั่นใจ “อนุทิน” อาจชิงยุบสภา จนทำร่างแก้ รธน. ตก

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

6 พฤศจิกายน 2568

“จาตุรนต์” หวั่นใจ “อนุทิน” อาจชิงยุบสภา จนทำร่างแก้ รธน. ตก

ยิ่งเข้าใกล้ ปี 2569 มากเท่าไหร่ ถือเป็นสัญญาณนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ตามที่นายกรัฐมนตรีปัจจุบัน อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวไว้นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ว่าจะเกิดการยุบสภาอย่างแน่นอน ในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569 พร้อมกับการทำบันทึกข้อตกลง (MOA) ร่วมกับผู้นำฝ่ายค้านอย่าง พรรคประชาชน นั้น แต่ถึงอย่างนั้น 1 ในสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ได้ข้อสงสัยต่อสิ่งที่อาจเกิดขึ้นก่อนกำหนดเดิม

(5 พ.ย. 68) นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสงสัยต่อกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ถึงประเด็นไทม์ไลน์การยุบสภา รับ หวั่นใจนายกฯ อาจชิงยุบสภา หนีอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยัน ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นการเมือง

โพสต์ระบุว่า

เห็นข่าวนายกฯ ให้สัมภาษณ์เรื่องไทม์ไลน์ยุบสภาแล้ว ไม่แน่ใจว่าต้องการสื่อสารว่าจะยึดมั่นไทม์ไลน์ตามที่เคยประกาศไว้ หรือกำลังจะบอกว่าอาจจะเลื่อนให้เร็วขึ้นก็ได้ โดยเฉพาะถ้ามีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ความหมายก็คือ นายกฯกำลังปูทางสำหรับการหนีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจใช่หรือไม่ นายกฯยังได้อ้างเงื่อนไขในการยุบสภาว่าอาจเกิดจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีลักษณะเป็นการแก้แค้นมากกว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นการยกตัวอย่างเหตุผลในลักษณะคิดเองพูดเอง ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ

ผมยังเห็นว่าหากรัฐบาลสร้างความเสียหายต่อประเทศและประชาชน ฝ่ายค้านก็ต้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่อาจปล่อยให้รัฐบาลสร้างความเสียหายไปไม่สิ้นสุด นายกฯจะมากล่าวหาว่าเป็นการแก้แค้นไม่ได้

แต่การจะยื่นญัตติเมื่อใดนั้น มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอยู่สองเรื่องคือความพร้อมของข้อมูลและความคืบหน้าของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าฝ่ายค้านก็คงไม่ต้องการทำให้เกิดข้ออ้างยุบสภาแล้วมีผลให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องตกไป ดังนั้นสิ่งที่กรรมาธิการหลายส่วนกำลังพยายามอยู่คือการเร่งให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเร็วที่สุด จะได้เหลือเวลาสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนการยุบสภา และขณะนี้ตัวแทนของพรรคการเมืองหลัก ๆ ก็เห็นตรงกันแล้วว่าควรมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญซึ่งสามารถทำได้โดยอาศัยสมาชิกรัฐสภาจำนวนหนึ่งในสามของทั้งสองสภา

ดังนั้น จึงหวังว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ชิงยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป และหวังว่าทั้งนายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทยจะร่วมผลักดันและสนับสนุนให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาไปได้ตามที่ได้ประกาศไว้

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang