ทบ. แจงเหตุไม่ปล่อยตัว 18 เชลยศึก “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

8 กันยายน 2568

ทบ. แจงเหตุไม่ปล่อยตัว 18 เชลยศึก “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

เมื่อไม่มีอะไรให้ไว้ใจ ก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน!

วันนี้ (8 ก.ย. 68) เฟซบุ๊ก กองทัพบก Royal Thai Army ออกประกาศชี้แจงกรณี กระทรวงกลาโหมกัมพูชา โพสต์ระบุข้อความ “41 วัน แล้วที่ทหารไทยจับกุมกำลังทหารกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย แต่ยังไม่ปล่อยตัว นับตั้งแต่บังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง” กองทัพบกไทย เปิดเผยว่า แม้ข้อตกลงร่วมกันตั้งแต่ 28 ก.ค. 68 แต่กัมพูชากลับละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และใช้อาวุธโจมตีทหารไทยต่อเนื่อง ทำให้ไทยต้องควบคุมตัว 18 เชลยศึกทั้งหมด ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ยืนยัน ทำตามข้อกำหนดในอนุสัญญาเจนีวา ยินดีหากมีหน่วยงาน ต้องการเข้าตรวจสอบ

ระบุว่า

จากกรณีที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้เผยแพร่ภาพอินโฟกราฟิกพร้อมระบุข้อความว่า “41 วัน แล้วที่ทหารไทยจับกุมกำลังทหารกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย แต่ยังไม่ปล่อยตัว ในช่วงเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ทันทีหลังจากข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ กองทัพไทยได้จับกุมกำลังทหารกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย จนถึงวันที่ 8 กันยายน 2568 พวกเขาถูกควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมายมาเป็นเวลา 41 วัน” นั้น

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า แม้ข้อตกลงหยุดยิงที่ไทยและกัมพูชาได้กำหนดร่วมกันไว้ว่าภายในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในพื้นที่นั้น คือฝ่ายไทยยังคงพบว่ากัมพูชามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ใช้อาวุธโจมตีทหารไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยต้องมีการตอบโต้และป้องกันอธิปไตยของตน ตลอดคืนของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 จนถึงช่วงเช้าของวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ที่ไม่ปรากฏเสียงการใช้อาวุธในพื้นที่ชายแดน

โดยการควบคุมตัวทหารกัมพูชาทั้ง 18 รายนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่ยังมีการสู้รบอยู่ และทางกัมพูชาไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงจริง ทำให้ไทยต้องดำเนินการควบคุมตัวเชลยศึกทั้งหมด ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3 ว่าด้วยการปฏิบัติต่อเชลยศึก พ.ศ. 2492 ซึ่งไทยและกัมพูชาต่างก็เป็นรัฐภาคีที่ให้สัตยาบันร่วมกัน และมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเชลยศึกจะได้รับการส่งกลับเมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ที่กองทัพบกยังได้รับรายงานจากหน่วยทหารในพื้นที่ ว่าพบการกระทำของทหารกัมพูชาที่มีเจตนาในการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจพบโดรนลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดน, การแสดงท่าทียั่วยุและสนับสนุนให้ประชาชนชาวกัมพูชาแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อทหารไทย รวมทั้งการรุกล้ำอธิปไตยไทย ลักลอบเข้ามารื้อลวดหนามหรือลอบวางทุ่นระเบิด PMN-2 ของทหารกัมพูชา ที่หวังต่อชีวิตและการสูญเสียของทางฝั่งไทย การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธในพื้นที่นั้นยังไม่สิ้นสุดลง แม้สถานการณ์ภาพรวมจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

สำหรับการดูแลเชลยศึกนั้น กองทัพบกขอยืนยันว่าได้ดำเนินการตามข้อกำหนดในอนุสัญญาเจนีวาอย่างครบถ้วน ซึ่งที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้ามาตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ และพบปะพูดคุยกับทางเชลยศึกในพื้นที่ควบคุมรวม 2 ครั้ง ทั้งนี้ หากมีหน่วยงานหรือองค์กรใดๆ ต้องการเข้ามาตรวจสอบกระบวนการดูแลและควบคุมตัวเชลยศึก สามารถประสานผ่านกลไกระหว่างประเทศ หรือกองทัพบกได้ตลอดเวลา

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก กองทัพบก Royal Thai Army