จ่อดำเนินคดี! กทม. ขีดเส้นตาย ให้แก้ปัญหาปรสิตในน้ำคอนโด ภายใน 11 ก.ค. 67 นี้

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

10 กรกฎาคม 2567

จ่อดำเนินคดี! กทม. ขีดเส้นตาย ให้แก้ปัญหาปรสิตในน้ำคอนโด ภายใน 11 ก.ค. 67 นี้

คืบหน้า กรณีลูกบ้านคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง มีอาการตาแดง ป่วยโรคเยื่อบุตาอักเสบ นับ 100 คน โดยสงสัยว่ามีเชื้อปรสิตปนเปื้อนในน้ำประปา ล่าสุด กทม. จ่อดำเนินคดี นิติบุคคล โดยขีดเส้นตาย ให้รีบแก้ปัญหาคุณภาพน้ำภายใน 11 ก.ค.67  



วานนี้ (9 ก.ค.67) นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า วันที่ 14 มิ.ย.67 สำนักงานเขตจตุจักร ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 51 จตุจักร เข้าสอบสวนโรค พบผู้ป่วยด้วยโรคตาแดง ที่มีอาการ ตาแดง ตาอักเสบ สะสมรวม 90 คน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่การประปานครหลวงได้ตรวจวัดคลอรีนอิสระตกค้างในน้ำจากการประปานครหลวง จุดก่อนเข้าถังพักใต้ดิน วัดได้ 1 พีพีเอ็ม ส่วนน้ำจากถังพักใต้ดินและบนดิน ไม่พบค่าคลอรีน โดยค่ามาตรฐานน้ำปลายท่ออยู่ที่ 0.2-0.5 ppm. 

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจคลอรีนตกค้างอิสระ (Residual Free Chlorine) ในถังพักน้ำใต้ดิน ถังพักน้ำบนดาดฟ้า ผลปรากฏไม่พบคลอรีนตกค้าง โดยน้อยกว่า 0.2 ppm ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐานน้ำประปา ทางนิติบุคคลแจ้งว่าได้ส่งน้ำตรวจวิเคราะห์หาเชื้อก่อโรคเยื่อบุตาอักเสบ ได้แก่ น้ำประปาก่อนเข้าโครงการ น้ำจากถังพักน้ำใต้ดิน น้ำจากถังพักน้ำบนดาดฟ้า น้ำจากห้องของลูกบ้านที่ป่วย โดยส่งตรวจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลศิริราช ทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่นิติบุคคลเติมคลอรีนในบ่อพักน้ำ และรักษาระดับคลอรีนให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมทั้งเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม ได้แก่ ลิฟต์ พื้นที่ส่วนกลาง และห้ามไม่ให้ใช้สระว่ายน้ำ ซึ่งทางนิติบุคคลก็ได้รับปากว่าจะดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่จึงยังไม่ได้ออกเอกสารคำแนะนำเป็นลายลักษณ์อักษร 

ต่อมา ในวันที่ 21 มิ.ย.67 สำนักงานเขตฯ ได้เข้าตรวจสอบติดตามผลร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 51 จตุจักร โดยได้ส่งเอกสารข้อแนะนำ แนวทางการจัดการคุณภาพน้ำในอาคารสูงให้ทางนิติรับทราบ โดยได้เร่งรัดให้นิติบุคคล ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฯ วันที่ 22 มิ.ย. 67 ฝ่ายอาคารสถานที่ของอาคารชุดฯ ได้เริ่มมีการเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อ วันที่ 25 มิ.ย. 67 ผลตรวจวิเคราะห์น้ำพบว่าน้ำประปาจากบ่อพักน้ำชั้นใต้ดิน และน้ำประปาจากห้องลูกบ้าน จำนวน 5 ห้อง พบเชื้อก่อโรคตาแดง Acanthamoeba spp., trophozoites และฝ่ายอาคารฯ ได้ทำการล้างถังพักน้ำชั้นใต้ดินและเติมคลอรีนเพื่อให้ได้มาตรฐาน วันที่ 26 มิ.ย. 67 เจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการสาธารณสุข ได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคเยื่อตาอักเสบเพิ่มขึ้น โดยพบว่ามีผู้ป่วยสะสม จำนวน 200 ราย  

ทั้งนี้ วันที่ 1-2 ก.ค. 67 ลูกบ้านได้ร้องเรียนไปยังกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบ Traffy Fondue ขอให้เข้าตรวจสอบการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคเยื่อบุตาอักเสบภายในอาคารชุด รวมถึงติดตามการบริหารงานของนิติบุคคลอาคารชุด ให้เป็นไปตามที่มาตรฐานหรือหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาดและความเสียหายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน  

วันที่ 3 ก.ค. 67 สำนักงานเขตจตุจักร ร่วมกับกลุ่มเฝ้าระวังและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กองควบคุมโรคติดต่อ และศูนย์บริการสาธารณสุข 51 จตุจักร กรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ร่วมติดตามผลการแก้ไขปัญหา ซึ่งจากการติดตามผลพบว่าทางอาคารชุด ได้มีการล้างทำความสะอาดถังพักน้ำและเช็คระบบท่อน้ำใช้ภายในอาคารประจำปี เมื่อเดือนธันวาคม 2566 และได้มีการล้างถังพักน้ำใต้ดิน มีการตรวจสอบบริเวณรอยรั่ว และมีการเติมคลอรีน แต่คณะทำงานยังพบข้อบกพร่องด้านสุขลักษณะ โดยพบว่าถังพักน้ำอีก 3 บ่อ  ยังไม่ได้รับการล้างและทำลายเชื้อด้วยวิธี Chlorine shock จึงไม่เป็นไปตามข้อปฏิบัติตามแนวทางการจัดการคุณภาพน้ำในอาคารสูง ของกรมอนามัย คณะทำงานจึงได้แนะนำให้มีมาตรการเป็นไปตามแนวทางการจัดการคุณภาพน้ำในอาคารสูง และแนวทางการบริหารจัดการป้องกันและควบคุมการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคในระบบน้ำอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ คณะทำงานได้สุ่มตรวจน้ำจากก๊อกห้องน้ำด้านล่างอาคารชุด ผลไม่พบคลอรีนอิสระตกค้าง  

วันที่ 3 ก.ค. 67 สำนักงานเขตจตุจักร จึงได้มีหนังสือแนะนำให้ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องด้านสุขลักษณะสถานที่แก่นิติบุคคลอาคารชุดดำเนินการ โดยให้รายงานผลการปฏิบัติการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคให้สำนักงานเขตจตุจักรทราบ เพื่อเป็นการกำกับติดตามและเฝ้าระวังการเกิดโรคระบาด 

โดยวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.67) จะมีการลงพื้นที่ตรวจติดตามผลอีกครั้ง หากพบว่านิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้รับจะมีการออกคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแก่นิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าว และติดตามผลการดำเนินการต่อไป หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฯ จะดำเนินการส่งแจ้งความดำเนินคดีแก่นิติบุคคลอาคารชุดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข 2535 ต่อไป  

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้โพสต์อธิบายว่า… 

“อาการนี้เรียกว่า ไมโครสปอริดิโอซิส (Microsporiodiosis) เกิดจากเชื้อปรสิตในไฟลัมไมโครสปอรา ซึ่งเป็นปรสิตที่มีโฮสเป็นสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ตั้งแต่ แมลง ปลา นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และเมื่อใช้น้ำที่ปนเปื้อนเชื้อปรสิตนี้ มันก็จะพุ่งเข้าสู่เซลล์ของคนแล้วทำให้เกิดโรคตามจุดต่าง ๆ ตามที่มันพุ่งทะลวงเข้าไป ซึ่งเป็นโรคเดียวกับที่มักมีการออกมาเตือนช่วงสงกรานต์บ่อย ๆ ว่าให้ระวังการเอาน้ำที่ไม่สะอาดมาสาด เพราะจะเกิดภาวะตาแดงจากโรคนี้ได้ ปรกติสามารถรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อได้ แต่ถ้าลุกลามจนอาการหนักก็อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา ถ้าใช้คลอรีนในการบำบัดน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ก็สามารถฆ่าปรสิตเหล่านี้ได้ แต่การต้มน้ำไม่แน่ใจ เพราะว่า มีรายงานว่า พบปรสิตพวกนี้ทนอยู่ในออนเซ็นที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสได้ และทำให้คนที่แช่ออนเซ็นที่ไม่ผ่านการบำบัดน้ำตามมาตรฐาน อาจติดเชื้อตัวนี้เข้าก็ได้” 


คลิปอีจันแนะนำ

อุทาหรณ์ ฝากเลี้ยง แลกชีวิต น้องเมย์ ด.ญ. 1 ขวบ 9 เดือน