ศาลยุติธรรม เริ่มเปิดระบบออนไลน์รับคำร้อง Take it down ครั้งแรกของไทย

อีจัน อ้วน

อีจัน อ้วน

26 มกราคม 2569

ศาลยุติธรรม เริ่มเปิดระบบออนไลน์รับคำร้อง Take it down ครั้งแรกของไทย

เตรียมรอเลยค่ะ! โฆษกศาลยุติธรรม เผย 26 ม.ค. เริ่มแล้วเปิดระบบออนไลน์ CIOS รับคำร้อง Take it down ครั้งแรกของไทย 

วันนี้ ( 26 ม.ค. 69) นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เผยว่า นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีกฎหมายให้สิทธิประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์สามารถปกป้องสิทธิของตนเอง โดยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นการคุกคามทางเพศในอินเทอร์เน็ตได้  โดยรัฐสภาได้อนุมัติให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพิ่มความผิดฐานคุกคามทางเพศ พร้อมกับมาตรการขอให้ศาลสั่งนำข้อมูลที่มีลักษณะลามกออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 284/4 หรือที่เรียกว่ามาตรการ “take it down” ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา 

ก่อนหน้านี้การปิดกั้นข้อมูลหรือการระงับการเผยแพร่ข้อมูลบนออนไลน์ เป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกกันว่าการขอปิดเว็บ และเป็นอำนาจของศาลอาญาที่จะสั่งอนุญาตให้ดำเนินการได้ แต่กฎหมายมีข้อจำกัดที่ประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการถูกคุกคามทางออนไลน์ไม่สามารถร้องขอใช้มาตรการดังกล่าวได้โดยตรง จะต้องฟ้องคดี 

ต่อศาลซึ่งใช้เวลานานกว่าจะได้ใช้มาตรการดังกล่าว ในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเรื่องความผิดฐานคุกคามทางเพศในครั้งนี้ ในชั้นพิจารณาร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นกรรมาธิการด้วย จึงได้เพิ่มมาตรา 284/4 เพื่อให้ประชาชนที่เสียหายจากการคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์ สามารถร้องขอให้ศาลใช้มาตรการ Take it down ได้ ถือเป็นการเพิ่มสิทธิให้ประชาชนที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้รวดเร็วขึ้น 

ซึ่งระบบ Take it down  ได้เริ่มพัฒนาภายใต้ สำนักงานศาลยุติธรรม ตามกฎหมายดังกล่าวคู่ขนานไปกับการพิจารณาร่างกฎหมายของสภา โดยได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวง DE รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์มาพูดคุยหารือเพื่อสร้างความเข้าใจและเป็นเครือข่ายประสานงานให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการยื่นคำร้องต่อศาล ทั้งนี้สำนักงานศาลยุติธรรมได้กำหนดให้ใช้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม หรือระบบ CIOS เป็นช่องทางในการที่ประชาชนจะยื่นคำร้องขอ Take it down ต่อศาลทางออนไลน์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางมายื่นคำร้องหรือไต่สวนที่ศาล และสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ของศาลยุติธรรมและนโยบายของประธานศาลฎีกา ที่ส่งเสริมและยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในทันกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ในยุคดิจิทัล เพื่อทำปัจจุบันให้พร้อมสำหรับอนาคตตามยุทธศาสตร์ Ready for the future ของศาลยุติธรรม 

โดยโฆษกศาลยุติธรรม  เผยว่า การเข้าใช้งานระบบ CIOS เพื่อยื่นคำร้อง Take it down ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการคุกคามทางเพศบนออนไลน์ สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลาที่เปิดใช้งานระบบ โดยเป็นการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลหรือลบข้อมูลที่มีลักษณะลามก เพื่อไม่ให้มีการเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตต่อไป หรือถ้าอยากจะเรียกร้องเงินค่าเสียหายต้องแยกไปดำเนินคดีต่างหากหรือขอให้ศาลไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องก็ได้ จึงไม่สามารถขอเรียกค่าเสียหายมาในคำร้อง  Take it down   

ส่วนวิธีการยื่นคำร้อง สามารถกรอกข้อมูลในระบบซึ่งมีคำแนะนำทุกขั้นตอนว่าต้องกรอกข้อมูลเรื่องอะไรบ้าง เมื่อยืนยันยื่นคำร้องทางระบบแล้วระบบก็จะส่งคำร้องไปให้เจ้าหน้าที่ศาลตรวจสอบ ก่อนนำเสนอ ผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว ศาลอาจนัดหมายผู้ยื่นคำร้องมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในการไต่สวนก็ได้ตามความจำเป็น โดยกระบวนการทั้งหมดดำเนินการแบบออนไลน์โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล เว้นแต่มีความจำเป็นตามที่ศาลเห็นสมควร เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วก็จะส่งคำสั่งไปให้ผู้ให้บริการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทางระบบออนไลน์เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาล จึงเป็นกระบวนการแบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบที่สะดวกรวดเร็วเพื่อระงับภาพหรือข้อมูลบนออนไลน์ที่ผิดกฎหมายให้ทันท่วงที 

การยื่นคำร้อง Take it down ทางระบบ CIOS ที่เปิดใช้ระบบวันนี้ 26 ม.ค.69 ในระยะแรกเป็นการยื่นต่อศาลอาญาเพียงศาลเดียว เนื่องจากไม่ว่าเหตุจะเกิดที่ใดทั่วประเทศก็อยู่ในเขตอำนาจและดุลพินิจของศาลอาญาที่จะรับไว้พิจารณาได้ อีกทั้งยังสามารถยื่นได้ตลอดเวลาที่เปิดระบบ CIOS แต่มีข้อจำกัดตามกฎหมายว่าถ้ายื่นนอกเวลาทำการปกติ กฎหมายถือว่าเป็นการยื่นในเวลาทำการปกติถัดไป ส่วนการยื่นคำร้องแบบกระดาษสามารถเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมที่มีเขตอำนาจได้ทุกจังหวัดในวันและเวลาทำการตามปกติ 

ก็เริ่มใช้งานกันวันนี้เป็นวันเเรกนะคะ เรื่องของการรักษาสิทธิในข้อกฏหมายเรื่องของสื่อต่างๆก็ลองเช็กกันดูค่ะ