“ไทย” ขึ้นแท่นเบอร์ 2 โลก ส่งออกอาหารสุนัข-แมว
น้ำฝน อีจัน
19 กันยายน 2568

(วันนี้ 19 ก.ย. 68) ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยยังแรงต่อเนื่อง! นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยว่า ปี 2567 ไทยส่งออกอาหารสุนัขและแมว (พิกัดศุลกากร 230910) ขึ้นเป็นผู้ส่งออก อันดับ 2 ของโลก ด้วยมูลค่า 2,677.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 29% จากปีก่อนหน้า กินส่วนแบ่งตลาดโลกถึง 10% ตามหลังเพียงเยอรมนีที่ส่งออก 3,282.69 ล้านดอลลาร์ (สัดส่วน 12.3%)
ตลาดหลักขยายตัวแรง
- สหรัฐฯ นำโด่ง (32.4% ของมูลค่าการส่งออกไทย) มูลค่า 868.40 ล้านดอลลาร์ โต 47%
- ญี่ปุ่น ครองอันดับสอง มูลค่า 329.37 ล้านดอลลาร์ (ทรงตัวจากปีก่อน)
- ออสเตรเลีย โตพุ่ง 45% และ อิตาลี โต 34%
- มาเลเซีย โต 8%
รวม 5 ตลาดหลักคิดเป็น 62.3% ของการส่งออกทั้งหมด ตลาดยุโรป-เอเชีย-ตะวันออกกลางโตยกแผง
- อียู โต 47% นำโดยเยอรมนี (+71%), เบลเยียม (+92%), อิตาลี (+34%)
- เอเชีย โตต่อเนื่อง โดยเฉพาะไต้หวัน (+18%), จีน (+18%), เกาหลีใต้ (+18%)
- ตะวันออกกลาง เป็นตลาดใหม่ที่ร้อนแรง UAE (+64%), ซาอุ (+65%), คูเวต (+117%)
ความนิยมเลี้ยงสัตว์ทั่วโลกพุ่งต่อเนื่อง จากโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป ครอบครัวเล็กลง ผู้สูงอายุอยู่คนเดียวมากขึ้น และคนรุ่นใหม่เลี้ยงสัตว์แทนการมีลูก ประกอบกับกระแสรักสุขภาพสัตว์เลี้ยง ผู้บริโภคหันหาสินค้าพรีเมียมที่ใส่ใจโภชนาการ ทำให้สินค้าอาหารสัตว์ไทยซึ่งมีคุณภาพและมาตรฐานสูง ได้รับความนิยม
แนวโน้มปี 2568 7 เดือนแรกปีนี้ ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไปแล้ว 1,685.74 ล้านดอลลาร์ โต 10.72% โดยตลาดสหรัฐฯ ยังคงแรง (โต 26%) แม้ยังเจอภาษีตอบโต้ 19%
นายพูนพงษ์ฯ ย้ำว่า หากผู้ประกอบการไทยยังคงพัฒนาคุณภาพสินค้า ตอบโจทย์เทรนด์อาหารฟังก์ชัน อาหารเกรดพรีเมียม และใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไทยมีโอกาสก้าวขึ้น อันดับ 1 ของโลก ในการส่งออกอาหารสุนัขและแมวในอนาคตอันใกล้