ยิงโจรอย่างไร ไม่เสี่ยงคุก
นูนนี่ อีจัน
10 ธันวาคม 2565

กรณีของคนร้ายจำนวน 4 คน ใช้อาวุธปืนบุกเข้าปล้นร้านทองที่จังหวัดตาก แต่กลับถูกเจ้าของร้านทองใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงใส่คนร้ายจำนวน 4 นัด เป็นเหตุให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คนถูกจับกุมได้ 1 คนและกำลังหลบหนีอยู่อีก 2 คน
4 โจร บุกปล้นร้านทองกลางเมืองตาก เจอเจ้าของร้านทองยิงเจ็บสาหัส 1จากกรณีดังกล่าว ทำให้สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนของเจ้าของร้านทองอย่างกว้างขวาง
กลุ่มหนึ่งมองว่า เจ้าของร้านทองทำถูกต้องแล้ว การยิงปืนใส่คนร้ายเป็นการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าของร้านทอง หากเจ้าของร้านทองตัดสินใจช้าเพียงเสี้ยววินาที
คนร้ายทั้งสี่คนอาจจะเข้าประชิดตัว หรือใช้อาวุธปืนยิงเจ้าของร้านทองและคนอื่นๆ จนเสียชีวิต และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ก็เป็นไปได้ อีกทั้ง ยังปรากฏคลิปภายนอกร้าน ซึ่งถ่ายโดยพลเมืองดีเห็นได้ชัดเจนว่า คนร้ายหันกลับไปใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าของร้านทองด้วย การกระทำดังกล่าวของเจ้าของร้านทองจึงสมควรแก่เหตุแล้ว

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งมองว่า เจ้าของร้านทองมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดี แม้ว่าเจ้าของร้านทองจะมีสิทธิ์ใช้อาวุธปืนยิงใส่คนร้ายที่เข้ามาปล้นร้านทอง อันเป็นการใช้สิทธิ์ป้องกันตัวและทรัพย์สินตามกฏหมายก็ตาม แต่เนื่องจากคนร้ายวิ่งหนีไปแล้ว กรณีถือได้ว่า ภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงนั้น ได้หมดสิ้นไปแล้ว เจ้าของร้านทองจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะยิงปืนใส่โจรทั้งสี่คน ในขณะที่โจรทั้งสี่คนวิ่งหนี อันเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ
จากเหตุการณ์นี้มีสิ่งที่น่าชื่นชม และเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี คือ เจ้าของร้านทอง ใช้สติ และใช้อาวุธปืนต่อสู้กับคนร้าย ตามยุทธวิธีที่ได้ฝึกฝนมาได้อย่างดีเยี่ยม โดยในการยิงปืนออกไปจากภายในร้านของเจ้าของร้านทอง ถูกเป้าหมายและไม่ส่งผลกระทบกับบุคคลภายนอกเลยแม้แต่น้อย
การยิงปืนของเจ้าของร้านทอง เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ใช้วิธีที่เกิดความเสียหายน้อยที่สุดก่อน โดยนัดแรกเจ้าของร้านทองเลือกที่จะยิงปืนขึ้นฟ้า ยิงนัดที่สองแล้วนัดที่สาม เพื่อข่มขู่และขับไล่คนร้ายทั้งสี่ออกจากร้าน โดยไม่ได้ประสงค์ให้กระสุนถูกคนร้ายแต่อย่างใด ส่วนนัดที่สี่เจ้าของร้านทองยิงใส่คนร้าย เนื่องจากเห็นว่าคนร้ายหันกลับมาใช้อาวุธปืนเล็งมาที่ร้านทอง แต่เจ้าของร้านทองก็เลือกที่จะยิงส่วนล่างของคนร้ายก่อน ทั้งที่ เจ้าของร้านทองสามารถเลือกยิงส่วนบน ซึ่งเป็นจุดสำคัญของร่างกายสามารถทำให้คนร้ายถึงแก่ความตายได้ก็ตาม ซึ่งถือเป็นการใช้วิธีที่เบาที่สุดไปหามากที่สุดตามขั้นตอน
หากวิเคราะห์จากคลิปเหตุการณ์ภายในร้านและนอกร้าน จะสามารถแบ่งเหตุการณ์ออกเป็น 3 ช่วงเหตุการณ์
ช่วงที่ 1 เหตุการณ์ที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาในร้านทองและบุกเข้ามาในร้านทอง ถือได้ว่า เป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง เจ้าของร้านทองสามารถใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับคนร้ายได้ แม้คนร้ายจะได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เจ้าของร้านทองก็ไม่มีความผิดตามกฏหมาย เนื่องจากเป็นการป้องกันสิทธิของตนเองและของผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68

ช่วงที่ 2 เหตุการณ์ที่คนร้ายทั้งสี่คนวิ่งออกจากร้านทองไปแล้ว ถือได้ว่า ภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง หมดสิ้นไปแล้ว เจ้าของร้านทองไม่สามารถใช้อาวุธปืนยิงใส่คนร้ายได้ ทั้งนี้ ต้องดูวิถีกระสุน บาดแผล และ คำวินิจฉัยของแพทย์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการตั้งข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน
อย่างไรก็ตาม หากเป็นการยิงขึ้นฟ้าแม้จะยิงตามหลังคนร้าย ก็ไม่เป็นความผิด เนื่องจากมีเหตุจำเป็นและมีโอกาสที่คนร้ายจะหันหลังกลับมาใช้ปืนยิงใส่เจ้าของร้านอีกก็เป็นไปได้ แต่หากมีข้อเท็จจริงอื่นๆ เข้ามาประกอบจนทำให้คดีนี้ ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฏหมายในชั้นศาล เชื่อว่าศาลจะเมตตาลงโทษสถานเบาและรอลงอาญาไว้ เนื่องจากศาลจะมักพิจารณาถึงสถานการณ์จริง ความจำเป็นในการใช้อาวุธปืน พฤติการณ์ของวิญญูชนที่อยู่ในสถานการณ์ขณะนั้น รวมถึงความตื่นเต้นตกใจกลัวของผู้ที่ใช้อาวุธปืน มาประกอบ เพื่อพิจารณาและพิพากษาคดีด้วย
ช่วงที่ 3 เหตุการณ์ที่คนร้ายหันกลับมาใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาในร้านทอง ถือได้ว่า เป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง เจ้าของร้านทองสามารถใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับคนร้ายได้ แม้คนร้ายจะได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เจ้าของร้านทองก็ไม่มีความผิดตามกฏหมาย เนื่องจากเป็นการป้องกันสิทธิของตนเองและของผู้อื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68
สุดท้ายนี้ ผลคดีจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องติดตามตอนต่อไป พนักงานสอบสวน และอัยการจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ หากคดีนี้ต้องขึ้นสู่ศาล ศาลจะวินิจฉัยอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป สำหรับผู้ที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ควรหมั่นฝึกฝน ศึกษายุทธวิธี และข้อกฎหมาย เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย และ ความแม่นยำในการใช้อาวุธการใช้อาวุธปืนในการระงับเหตุร้าย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน และป้องกันความเดือดร้อนที่อาจจะติดตามมาในอนาคต

ข้อมูลโดย ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต