ดร.เอ้ ฟาด “ตึกสตง.ถล่ม หนึ่งปีกับความอัปยศ คนไทยต้องไม่ลืม”

ไนซ์ อีจัน

ไนซ์ อีจัน

28 มีนาคม 2569

ดร.เอ้ ฟาด “ตึกสตง.ถล่ม หนึ่งปีกับความอัปยศ คนไทยต้องไม่ลืม”

ดร.เอ้ ฟาด “ตึกสตง.ถล่ม หนึ่งปีกับความอัปยศ คนไทยต้องไม่ลืม”

ดร.เอ้ สุชัชชวีร์ โพสต์ผ่านเฟจเฟซบุ๊ก โดยระบุข้อความว่า

“ตึกสตง.ถล่ม หนึ่งปีกับความอัปยศ คนไทยต้องไม่ลืม”
สำหรับผม ในฐานะ “วิศวกรไทย” กรณีตึกสตง.ถล่ม คือ “ความอับอาย” ทางวิศวกรรมครั้งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ชาติไทย

แต่ สำหรับประชาชนคนไทย มันยิ่งกว่านั้น มันคือ “ความอัปยศ” ที่สะท้อนความเน่าเฟะ ของ “ระบบราชการ” และ “การคอร์รัปชัน” ที่ฝังลึก เข้าแกน “สันหลัง” ของชาติ จน “ล้มตึก 30 ชั้น” ลงสู่ซากปรักหักพัง คร่าชีวิตร่วมเกือบร้อยศพ จากการสั่นไหวของแผ่นดินไหว ที่ห่างไปมากกว่า 1,000 กิโลเมตร

ใช่ครับ! ตึกสตง. ครองสถิติอัปยศของโลก ทั้งเป็น “ตึกสูงที่สุด” ที่พังจากแผ่นดินไหว และ “ไกลที่สุด” จากศูนย์กลางแผ่นดินไหว

ตามหลักการ แทบเป็นไปไม่ได้ แต่ “เป็นไปแล้ว” ที่นี่กรุงเทพมหานคร ที่นี่ประเทศไทย

หนึ่งปีหายไป กับการ “รอคำตอบ” ชัดๆ แต่กลับ “เงียบ”

ดูเหมือนว่า สตง. จะแจ้งแก่สังคมว่า “ตึกถล่ม เพราะแผ่นดินไหว” สร้างความ “งุนงง” เหมือนจะส่งสัญญาณบอกว่า มีตึกเดียวมั้ง? ที่โดนแผ่นดินจงใจสั่นไหว ทั้งที่ตึกอื่นก็โดนเหมือนกัน แต่ทำไมเขาไม่ถล่ม!

หากจำได้ ผมน่าจะเป็น “คนแรกๆ” ที่เสียงดัง กล้าบอกแก่สังคมว่า “ตึกไม่ปกติ” ตั้งแต่วันแรกๆ ที่ตึกถล่ม แบบไม่ลังเล ไม่กลัวเสียคน

แต่วันนี้ ที่ไม่ปกติ ยิ่งกว่าตึกสตง. คือ “การสืบสวน” หาข้อเท็จจริง ว่าเกิดอะไรขึ้น? และ ใคร? เป็นต้นเหตุ ทำให้เกิด “ความสูญเสีย” และ “ความอัปยศ” เกิดขึ้นในประเทศไทย แบบไม่สามารถลบจากประวัติศาสตร์ยุคใหม่ได้

สั่งจับ สั่งขัง วิศวกร เจ้าของบริษัทก่อสร้าง และบริษัทออกแบบ ดูเหมือนว่าจะเอาจริง แต่สุดท้ายสาวไปไม่ถึง “ตัวบงการ” ต้นตอของ “จุดตาย” ว่าใคร คือ “ไอ้โม่ง” สั่งแก้แบบ ว่าใครจงใจลดสเปกของ ว่าใครยอมให้ “ผู้รับเหมาด้อยคุณภาพ” แฝงตัวมาร่วมรับงานกับบริษัทใหญ่

เงียบ…ไม่มีคำตอบ ให้คนไทย

ยิ่งเจ็บใจ เมื่อหลักฐาน “หายไป” ตั้งแต่การรื้อถอน ที่ไม่มี “เจ้าภาพ” มาเก็บหลักฐานอย่างมี “มาตรฐาน” การเข้าไปเก็บ “ตัวอย่างเหล็ก” แบบดุ่มๆ ทั้งที่ผมก็เตือนอย่างสุภาพไปแล้ว สุดท้ายนอกจาก พิสูจน์อะไรไม่ได้ ยังถูกบริษัทเหล็กฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายนับพันล้าน เศร้า…

ขณะที่การตรวจสอบ “อาคารเสี่ยง” ในกรุงเทพมหานคร ก็ตื่นเต้นทำกันไม่กี่วัน แล้วเลิก สุดท้ายไม่รู้เลยว่า ตึกไหนปลอดภัย ตึกไหนไม่ปลอดภัย หรือต้องปรับปรุง เพราะแผ่นดินไหว “มาอีกแน่” และมาแบบไม่รู้ตัวอีก คราวหน้าอาจหนักยิ่งกว่า แรงกว่า สูญเสียมากกว่า!

กฏกทม. และพรบ.ควบคุมอาคาร ยังไม่ได้รับการปรับปรุง บังคับใช้ ให้ทันสมัย เพื่อพร้อมรับมือ “ภัยแผ่นดินไหว” ที่จะหนักกว่าเดิม

เพราะรอยเลื่อน “ด่านเจดีย์สามองค์” และ “ศรีสวัสดิ์” แถวกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ใกล้กรุงเทพนิดเดียว นอนเงียบสงบมานาน เงียบแบบน่าสงสัย รอวันตื่น จะสะท้าน สะเทือนถึงเมืองหลวง เป็นภัยใหญ่หลวง ที่ไม่มีการเตรียมตัว เสียวสันหลัง ไม่กล้าคิด

ผมเครียดแทนคนกรุง ไม่รู้เสียดีกว่า…

หนึ่งปีตึกสตง.ถล่ม จึงเป็น “ความล้มเหลว” ที่ไม่อาจยอมรับได้ ทั้งเรื่อง “การหาความจริง” และ “การถอดบทเรียน”

สุดท้าย ความสูญเสีย “ซ้ำซาก” อย่างที่คุณเห็น “เครนถล่มที่สีคิ้ว” และ “เครนถล่มที่ถนนพระราม 2” และคงได้เห็นอีก หากสังคมไทย ทำเป็น “ลืม” เหตุการณ์ตึกสตง.ถล่ม เพราะ “คนผิดยังลอยนวล” และ “คนไทยยังตายฟรี”
สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสด