ตร.บุกค้นบ้านคนใกล้ชิด กลุ่มบอสดิไอคอนรวม 11 จุด
อีจัน อ้วน
22 ตุลาคม 2567

คดีดิไอคอน ผู้เสียหายยังทยอยมาแจ้งความอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีผู้เข้าร้องเรียนแล้วกว่า 6 พัน มูลค่าเสียหายรวมกัน 2 พันล้านต้นๆ
ความคืบหน้าวันนี้ (22 ต.ค.67) ที่กองบังคับการปราบปรามกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเผยคืบหน้าคดีดิไอคอนกรุ๊ปว่า เช้านี้ตนมาตามความคืบหน้าทางคดี และมาเยี่ยมผู้เสียหาย ว่ามีมาแจ้งความเพิ่มเท่าใด ขณะนี้เปิดศูนย์รับแจ้งความ บก.ปคบ. ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.67 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีการเปิดรับแจ้งความทั่วประเทศ ตอนนี้มี ผู้เสียหายมาแจ้งความรวมกันทั่วประเทศแบ่งเป็นแจ้งความที่ ศูนย์รับแจ้งความ บก.ปคบ. จำนวน 3 พันราย และสถานีตำรวจในพื้นที่ตามต่างจังหวัดอีก 3 พันราย รวมมีผู้เสียหายแจ้งความแล้วทั่วประเทศ ประมาณ 6,000 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกัน 2,000 ล้านต้น ๆ ส่วนการยึดทรัพย์ในส่วนของตำรวจดำเนินการยึดอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์หรูของผู้ต้องหา มูลค่ารวมกันประมาณ 400 ล้านบาท จากนี้จะเดินหน้าตรวจสอบทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

จากการที่ตนมาติดตามความคืบหน้าในเช้านี้ สังเกตเห็นผู้เสียหายมาแจ้งความที่ บก.ปคบ.น้อยลง ตนเน้นย้ำกับพนักงานสอบสวนว่า ให้สอบบุคคลที่แสดงตัวเป็นผู้เสียหาย โดยต้องมีหลักฐานการโอนเงินชัดเจน ซึ่งต้องระวังบุคคลที่กระทำความผิดแล้วมาแสดงตัวเป็นผู้เสียหายด้วย
ส่วนคืบหน้าขณะนี้ กลุ่มบอสผู้ต้องหา 18 คน อยู่ในการควบคุมตัวในเรือนจำ ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล เส้นทางการเงิน และบัญชีการเงินต่อเนื่อง ทั้งนี้วันนี้มีการตรวจค้นบ้านของพนักงานบริษัท และบุคคลใกล้ชิดกับกลุ่มบอสผู้ต้องหา 18 คน รวมประมาณ 11 จุด เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงการกระทำความผิดไปสู่การขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในล็อตที่ 2 ยืนยันไม่ละเว้นบุคคลใดทุกกรณี
ส่วนเรื่องคลิปเสียงจะให้ บก.ปปป. ตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลทางหลักฐานอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใด แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อในขณะนี้ บอกเพียงได้ว่า มีการสอบปากคำผู้ต้องหาเพียงพอแล้วยืนยันว่า หากพบว่าเป็นบุคคลใดและมีหลักฐานชัดเจนที่เป็นการกระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานของรัฐหรือแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่มีการละเว้นแม้แต่รายเดียว จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

แต่ถ้าหากมีบุคคลใดมาแสดงตัวเรื่องกระทำผิดก็สามารถแสดงตัวและยืนยันความบริสุทธิ์ได้ อย่างไรก็ตาม หากบุคคลที่อยู่ในคลิปเสียงเกี่ยวข้องกับตำรวจหรือมีตำรวจคอยช่วยเหลือก็จะดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการละเว้นเช่นกัน
ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานหนักมาก และเข้าใจความรู้สึกของผู้เสียหายแต่กระบวนการยุติธรรมการรวบรวมพยานหลักฐานต้องมีความรอบคอบและรัดกุม เพราะความผิดแต่ละประเภทแต่ละฐานนั้นมีองค์ประกอบต่างกันตามกฎหมาย จะใช้ความรู้สึกในการแจ้งข้อหาต่อบุคคลใดไม่ได้ตอนนี้เร่งในกระบวนการสอบสวน หากพบใครเข้าข่ายความผิดใดก็จะแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป
ฝากเตือนว่า หากเพจใดนำข้อมูลอันเป็นเท็จเผยแพร่สู่สาธารณะกับพี่น้องสื่อมวลชนและประชาชนจะมีความผิดในทุกกรณี ต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลที่ให้ต่อสาธารณะ นอกจากนี้ฝากถึงผู้จัดรายการ หรือผู้มีความหวังดีต่อสังคม หรืออินฟลูเอ็นเซอร์ต่างๆ อยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นไปแพร่สู่สาธารณะด้วย