ผลนับคะแนนใหม่! ปทุมธานี เขต 7 “พรรคประชาชน” ชนะขาด

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

19 กุมภาพันธ์ 2569

ผลนับคะแนนใหม่! ปทุมธานี เขต 7 “พรรคประชาชน” ชนะขาด

ปทุมธานีเขต7  มีเสียวสันหลังกันบ้างเเหละ!   

หลังนับคะเเนนเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักร  

ผลสุดท้ายคะแนนก็แพ้ขาดลอยเหมือนเดิม 

สืบเนื่องจากนักศึกษาและประชาชนฮือประท้วงที่หน่วยเลือกตั้งภายในหอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก ความไม่โปร่งใสของ กปน.และกีดกันห้ามสังเกตการณ์ให้นักศึกษาออกจากหน่วยเลือก ทำให้ฮือประท้วงขึ้นเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่จนมีการนับคะแนนใหม่ โดยแต่งตั้งกรรมการ และมีนักศึกษาร่วมนับคะแนนด้วยนั้นซึ่งผลนับคะแนนไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นกกต.อาศัยอำนาจตามมาตรา 124 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 สั่งให้มีการนับคะแนนบัตรนอกเขตราชอาณาจักรและนอกเขตเลือกตั้งใหม่ 

ล่าสุดวันนี้ (19 ก.พ.69) เมื่อเวลา  13.00 น. ที่อาคารโดมข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 7 จ.ปทุมธานี บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ของบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร โดยบรรยากาศในการนับคะแนนใหม่ในเขต 7 ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ได้จัดการนับคะแนน มีเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการ จำนวน 36 คนและคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานีควบคุมดูแลในความนับคะแนนให้มีสุจริตยุติธรรม โดยมี พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี นำโดย นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นายเอกศักดิ์ หอมชื่น ว่าที่ สส.เขต 3 ปทุมธานี  นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อดีตผู้สมัคร สส. ปทุมธานีเขต 8 นางสาวธันยนันท์ ไพบูลย์สุข อดีตผู้สมัคร สส. ปทุมธานีเขต 7 และ นายวรชิต จันทร์แบบ อดีตผู้สมัคร สส. ปทุมธานีเขต 2 และ ประชาชนจำนวนมากได้ร่วมสังเกตการณ์ การนับคะแนนใหม่ ของคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า และเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เขต 7 ปทุมธานี   

ด้านนางสาวสง่า ทาทอง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี  พูดถึงเหตุการณ์การนับคะแนนใหม่ที่เขต 7 อำเภอหนองเสือ  โดยสรุปว่า การนับคะแนนใหม่เป็นการดำเนินการตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง เพื่อแก้ไขข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสของบัตรเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีที่มาจากกรณีข้อพิพาทที่หน่วยนับคะแนนมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี จากเหตุการณ์การใช้ผ้าดำคลุมกล้องวงจรปิดจนเกิดการประท้วงของนักศึกษาและประชาชน 

ในกรณีผ้าดำคลุมกล้อง ผู้อำนวยการ ชี้แจงว่าเป็นความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่มีความกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการบันทึกภาพขณะประชาชนลงคะแนน ซึ่งอาจผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่เมื่อประชาชนเกิดความไม่สบายใจ จึงมีคำสั่งให้เอาผ้าออกและมีการชี้แจงทำความเข้าใจ 

ทั้งนี้การนับคะแนนใหม่มีการเปิดให้มีส่วนร่วมโดยดึงนักศึกษาและตัวแทนภาคประชาชนเข้ามาเป็นกรรมการนับคะแนน เพื่อช่วยลดความขัดแย้งและสร้างการยอมรับในผลการนับคะแนน โดยยืนยันว่าผลคะแนนจะมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยประมาณ 1 ถึง 2 คะแนน แต่ไม่ส่งผลต่ออันดับผู้ชนะเลือกตั้งโดยเน้นย้ำข้อจำกัดของอำนาจหน้าที่ โดยระบุว่าปทุมธานีโมเดลไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกจังหวัด เนื่องจากอำนาจการสั่งนับใหม่ในระดับพื้นที่สามารถทำได้เฉพาะในช่วงที่การนับคะแนนยังไม่เสร็จเท่านั้น หากกระบวนการเสร็จสิ้นและส่งหีบเข้าเขตแล้ว จะต้องรอคำสั่งจากคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางตามระเบียบกฎหมายเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานให้กับพื้นที่อื่นได้เสมอไป 

ด้านการประสานงานกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนกลาง ท่านยืนยันว่าได้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดให้รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บังคับบัญชาไม่ได้มีการตำหนิ แต่ได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเป็นลำดับแรก สำหรับผลลัพธ์ของการตรวจสอบ การตัดสินใจเปิดนับคะแนนใหม่ในจุดที่มีปัญหา ช่วยลดความตึงเครียดและความขัดแย้งในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยผลคะแนนที่ออกมาภายหลังการนับใหม่ในช่วงวันที่ 8 ถึง 9 กุมภาพันธ์ มีความชัดเจน และได้รับการยอมรับจากผู้สังเกตการณ์ในพื้นที่ 

ด้านนายไมค์ หรือประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อดีตผู้สมัคร ส ส เขต 8 พรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้ตนได้นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งมีสองส่วนหลัก คือส่วนต้นขั้วซึ่งมีลำดับที่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นหมายเลขเฉพาะที่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นเจ้าของบัตร เช่น ลำดับที่ 390 และส่วนตัวบัตรที่มีบาร์โค้ดอยู่ด้านล่าง ปัญหาคือบาร์โค้ดบนตัวบัตรสามารถสแกนเพื่อเชื่อมโยงกลับไปยังเลขลำดับที่บนต้นขั้วได้ ทำให้สามารถทราบได้ว่าใครเลือกพรรคหรือเบอร์อะไร ซึ่งขัดต่อหลักการเลือกตั้งแบบลับ 

ในส่วนของการดำเนินการร้องเรียน นายไมค์ ได้ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานต่าง ๆ 3 ประเด็นหลัก โดยยื่นเรื่องต่อ กกต เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เพื่อขอให้ชี้แจงว่าระบบนี้เป็นปัญหาหรือไม่ ซึ่งผลการชี้แจงยืนยันว่า เป็นปัญหาจริง จากนั้นได้ร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ทำลายบัตรเลือกตั้งที่มีปัญหาเพื่อป้องกันการสืบค้นข้อมูลย้อนหลัง หรือหากไม่สามารถทำลายได้ในกรณีต้องใช้ตรวจนับใหม่ ให้เสนอวิธีตัดบาร์โค้ดออกจากบัตรทุกใบแล้วแยกทำลายถาวร และยังได้ร้องเรียนต่อ PDPC ในประเด็นการเก็บรวบรวมข้อมูลตาม พ ร บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 19 ซึ่งระบุว่าการเก็บข้อมูลต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน 

 นายไมค์ กล่าวอีกว่า การใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจเสี่ยงขัดต่อ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากอาจเป็นการเก็บข้อมูลเกินความจำเป็น ไม่มีการแจ้งเจ้าของข้อมูลล่วงหน้า และอาจเข้าข่ายการเก็บข้อมูลอ่อนไหวเกี่ยวกับความคิดเห็นทางการเมืองโดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งอาจมีความผิดทางอาญา มีการเตรียมยื่นเรื่องต่อ ศาลปกครอง, ป.ป.ช. และอาจเชื่อมโยงไปยัง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ดังนั้น ในส่วนประเด็นการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ยังไม่มีการยื่นคำร้อง แต่มีข้อถกเถียงว่าอาจกระทบหลักการเลือกตั้งลับตามรัฐธรรมนูญ หากบาร์โค้ดสามารถเชื่อมโยงตัวบุคคลกับการลงคะแนนได้ โดยเป้าหมายหลักของการดำเนินการ คือการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจำนวนมากไม่ให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าเลือกผู้สมัครหมายเลขใด 

ส่วนนางสาว พรรณนินทร์ ไชยพงศ์สวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. ในนาม พรรคประชาชน เขต 7 จังหวัดปทุมธานี สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีการนับคะแนนใหม่ที่ อำเภอหนองเสือ ระบุว่าการนับคะแนนครั้งก่อนที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ยังไม่เป็นไปตามระเบียบของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงทำให้ กกต. ส่วนกลางมีคำสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งชุดใหม่เข้ามาดำเนินการทั้งหมด การนับคะแนนใหม่ครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะการเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร และการเลือกตั้งล่วงหน้า รวมประมาณ 4 ชุด โดยแต่ละชุดประกอบด้วย 2 กล่อง แยกเป็นบัตรแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต ตนเองมองว่าผลคะแนนอาจไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก เนื่องจากมีหน่วยที่ต้องนับใหม่เพียง 4 หน่วย อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงถึงความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน ตัวแทนพรรค และประชาชนร่วมตรวจสอบกระบวนการได้ ในส่วนของกระแสข่าวเกี่ยวกับคะแนน ตนยอมรับว่าืมีข่าวลือหรือข้อมูลบิดเบือนที่ระบุว่าคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ยืนยันว่าพร้อมยอมรับผลการตัดสินใจของประชาชนไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใด พร้อมกันนี้ยังย้ำว่าแม้ครั้งนี้อาจไม่ได้มีตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาครบทุกคน แต่พรรคยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป โดยเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชนผ่านแนวทางที่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยปทุมธานี ผลนับคะแนนนับใหม่เขต7ที่มีปัญหาพร้อมประกาศรวมทั้งหมดก่อนเที่ยงพรุ่งนี้ด้านพรรคประชาชนปทุมธานีคะแนนนอกราชอาณาจักรมาเพียงคะแนนเดียว 

ล่าสุดเวลา 15.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โดมข้างที่ว่าการอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ภายหลังจากการเสร็จสิ้นการนับคะแนนเลือกตั้งนับคะแนนใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 7 จ.ปทุมธานี ที่เป็นบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคลองหกที่มีปัญหาเสร็จสิ้นการนับคะแนน ซึ่งผลคะแนนปรากฏว่า ทางด้านนางสาวธันยนันท์ ไพบูลย์สุข อดีตผู้สมัคร ส.ส. ในนาม พรรคประชาชน เขต 7 จังหวัดปทุมธานี ได้ 2,208 คะแนน 

นายพิษณุ พลธี ผู้สมัคร เบอร์ 4 เขต7 พรรคภูมิใจไทย ได้ 476 คะแนน ส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชน ได้ 1,787 คะแนนพรรคภูมิใจไทย ได้ 363 คะแนน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ กปน.ได้ทำการเก็บบัตรเลือกตั้งทั้งของ .ส.ส.เขต และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เก็บลงในหหีบพร้อมกับใช้สายรัดเคเบิลไทมรัดอย่างหนาแน่นและจะนำไปเก็บไว้ที่ห้องประชุมชั้น 2 ของที่ว่าการอำเภอหนองเสือและจะมีการนำส่งต่อให้ กกต.จังหวัดปทุมธานี ในวันพรุ่งนี้ (20กพ.)และจะมีการประกาศผลคะแนนโดยรวมทั้งหมดของเขต 7 จังหวัดปทุมธานี ก่อนเที่ยงท่ามกลางประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาสังเกตการณ์ในการนับคะแนนใหม่ครั้งนี้ 

 ด้านนางสาวสง่า ทาทอง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าการประกาศผลคะแนนวันนี้จะประกาศแยกตามชุดการนับคะแนนทั้ง 4 ชุด โดยจะแสดงคะแนนของผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อในแต่ละชุด จากนั้นคะแนนทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อจัดทำร่างประกาศผลการนับคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 7 และหลังจากรวบรวมแล้วจะต้องส่งให้คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งที่มีนายอำเภอเป็นประธานตรวจสอบและลงนามรับรองอย่างเป็นทางการ ก่อนจะส่งผลคะแนนภาพรวมของเขต 7 ให้กับ กกต. ปทุมธานี ภายในก่อนเที่ยงของวันพรุ่งนี้ (20 กุมภาพันธ์ 69)และหลังจากนั้นจะส่งต่อให้ กกต. กลาง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการรับรองผลการเลือกตั้งต่อไป 

 ในขณะที่ทางด้านนางสาว ธันยนันท์ ไพบูลย์สุข อดีตผู้สมัคร ส.ส. ในนาม พรรคประชาชน เขต 7 จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าการนับคะแนนครั้งนี้ไม่ได้เกินความคาดหมาย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการนับคะแนนโดยภาคประชาชนมาแล้วหนึ่งครั้ง การนับครั้งนี้เป็นเพียงการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ ส่งผลให้คะแนนเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการนับคะแนน 

ส่วนการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะนั้นได้ดำเนินการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างชัดเจน พร้อมแสดงหลักฐานประกอบ โดยย้ำว่าการนับคะแนนครั้งนี้เป็นเฉพาะคะแนนเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ไม่ใช่การนับคะแนนรวมทั้งหมดของเขตเลือกตั้งที่ 7 และเป็นการนับเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของ กกต. 

ขณะเดียวกันผู้ที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่มีจุดยืนเรื่องความโปร่งใส เนื่องจากการนับครั้งแรกไม่สามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์ได้ ทำให้เกิดข้อกังวล ก่อนจะมีการนับรอบที่ 2 ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลหน้างาน แต่ยังไม่เป็นไปตามระเบียบ สำหรับการนับคะแนนครั้งนี้ มองว่าเป็นการดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบ จึงเชื่อว่าผู้ที่เคยตั้งข้อสงสัยจะคลายความกังวลเรื่องความโปร่งใสลง 

ส่วนทางด้านนายเอกศักดิ์ หอมชื่น ว่าที่ สส.เขต 3 ปทุมธานี กล่าวว่าทีมงานจาก พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อข้อสงสัยเกี่ยวกับความผิดปกติของจำนวนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ในเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัด ปทุมธานี โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในเขตดังกล่าวประมาณ 1,198 คน ขณะที่ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งรายงานว่ามีบัตรเลือกตั้งส่งมาถึงเพียง 1 ใบ คิดเป็นประมาณ 0.08% ของจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด ซึ่งทีมงานพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขดังกล่าวมีความผิดปกติ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากในโซเชียลมีเดียยืนยันว่าได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและส่งบัตรกลับมาแล้ว 

ในขณะที่เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงว่าได้รับบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผ่านทางไปรษณีย์ และมีเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบ 3 คน โดยยืนยันว่ามีบัตรมาถึงเพียง 1 ใบจริง ซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรประมาณ 1,198 คน บัตรที่ปรากฏ ณ จุดนับคะแนน 1 ใบ วันที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้รับบัตรคือ 8 กุมภาพันธ์ และช่องทางการส่งคือไปรษณีย์ 

ในส่วนแนวทางดำเนินการต่อไป พรรคประชาชน มีแผนรายงานข้อมูลให้ส่วนกลางเพื่อดำเนินการตรวจสอบในระดับประเทศ พร้อมทั้งขยายการตรวจสอบไปยังเขตเลือกตั้งอื่น เช่น เขต 3 เพื่อตรวจสอบว่ามีปัญหาในลักษณะเดียวกันหรือไม่ และเรียกร้องให้มีการชี้แจงอย่างโปร่งใสว่าบัตรเลือกตั้งส่วนที่เหลือสูญหายในขั้นตอนใดของกระบวนการขนส่งหรือการจัดสรรไม่ว่าจำนวนจะน้อยแค่ไหน ก็ไม่ควรเหลือเพียงใบเดียว เพราะจากข้อมูลของผู้ที่อยู่ต่างประเทศ หลายคนยืนยันว่าใช้สิทธิ์และส่งบัตรกลับมาแล้ว