ธรรมนัส เปิดใจครั้งแรก! “มันคือแป้ง” วลีที่เหมือนเป็นกรรม โดนด่าคำนี้มา 8 ปี

ตาต้า อีจัน

ตาต้า อีจัน

30 มกราคม 2569

ธรรมนัส เปิดใจครั้งแรก! “มันคือแป้ง” วลีที่เหมือนเป็นกรรม โดนด่าคำนี้มา 8 ปี

ธรรมนัส เปิดใจครั้งแรก! วลี “มันคือแป้ง” ที่เหมือนโดนรับกรรมมานานถึง 8 ปี

30 ม.ค. 69 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม เปิดใจผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงประเด็นที่ถูกเรียกว่า แป้ง และวลีที่มักถูกนำมาพาดพิง ว่า มันคือแป้ง

ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า ผมไม่ใช่ชั่วร้ายอย่างที่คุณคิดนะ คำก็แป้ง สองคำก็แป้ง บางคนตอนนั้นยังไม่เกิดเลย ลูกหลานที่ตอนนั้นเป็นเยาวชน ก็ติดปากกันมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าที่ผมพูดมันคือแป้งคืออะไร

สรยุทธ : อยากบอกอะไรกับประชาชนไหมเรื่องนี้? คุยเปิดใจกันเลยแล้วกันวันนี้

ร.อ.ธรรมนัส ตอบคำถามนี้ ว่า ผมไม่ได้โดนข้อหานำเข้าและส่งออกนะ ผมโดนข้อหารู้ว่ามีแต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ สุดท้ายคู่คดีผมศาลยกฟ้องนะครับ เพราะมวลของแป้งมันเยอะกว่าสารเสพติด

เมื่อก่อนโกรธที่โดนคนเรียกแบบนั้น เพราะว่าผมชีวิตตั้งแต่เป็นวัยเด็กอายุ 20 กว่าปี เราไปตกระกำที่ต่างประเทศโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ โดยที่เราไม่ได้เป็นผู้ส่งออก ผมไปเที่ยวแล้วก็โดนแบบนี้

คู่คดีที่บอกไม่ได้เป็นพี่น้องกันแต่ก็เหมือนเป็นพี่น้องกัน เขาเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด เราเป็นเด็กเพิ่งจบมาใหม่ๆ จะไปรู้เรื่องอะไร ช่วงนั้นสงกรานต์ผมจะกลับพะเยา แต่แผนที่เราจะไปเที่ยวออสเตรเลียคิดมานานแล้วจะไปกัน ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย พอเราไปตกชะตากรรมลำบากเราต้องเอาตัวรอด การเอาตัวรอดคือการที่ผมไปเป็นพยาน เขาเอาผมเป็นพยาน

ศาลพิพากษาไปแล้ว ถ้าผมนำเข้าเฮโรอีน 3.5 – 3.6 กิโลกรัม ป่านนี้ติดคุกหัวโตไปแล้ว ไม่ได้ออกมาหรอก โทษเขาหนักจะตาย วิธีการเอาตัวรอดของผมที่คิดตามเด็กคือทำยังไงก็ได้ ให้ได้กลับบ้านไวที่สุด หนึ่งคือตังค์ก็ไม่มีจ้างทนายจะเอาตังค์ที่ไหน ตอนนั้นอายุ 20 กว่าปี เด็กๆ ครับ ที่ไปไม่ใช่ว่าไปเคลียร์คดีอะไร กลุ่มคนที่ขายยาเขาทำกันเองจนสำเร็จหมดแล้ว ที่ผมมารู้ตอนหลังคือการหักหลังระหว่างปราบปรามยาเสพติดระหว่างสหรัฐอเมริกาและบุคคลที่บอกว่าเป็นญาติเป็นเจ้าหน้าที่ น่าจะหักหลังกันอะไรประมาณนั้น ซึ่งเราก็ตกเป็นแพะอยู่ตรงนั้น

ผมไม่ได้ทำ ถ้าผมทำป่านนี้คดีนี้ ไม่ต้อง 3.5 กิโลกรัมหรอก แค่ 0.5 กิโลกรัม ก็ติดคุกหัวโตแล้ว

ตอนนั้นผมไปอยู่ 4 ปีพอคดีจบก็ส่งผมกับประเทศไทย คำพิพากษาตัดสินเพราะว่าผมลองตัดสิน เพราะผมพอใจผมอยากกลับบ้านแล้ว เขากันเป็นพยาน

คู่คดดีเขาต่อสู้คดี เขาก็ส่งผมไปที่สถานกักกันเอาไว้เป็นพยาน คือถ้าผมยอมรับเป็นพยานจะยอมรับผลคดีแบบนี้ไหม ผมก็เลยยอมรับไปตอนนั้นเพราะอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุด ผมยอมรับว่าผมผิดพลาดแบบนั้น เพราะตอนนั้นผมเด็กอยากกลับบ้านแล้ว

แม้กระทั่งคนที่นำเสนอข่าวเรื่องนี้คนแรก ผมก็บอกว่าคุณไปเอาคำพิพากษาตัวจริงมาให้ผมหน่อย ในหลักฐานทุกอย่างที่ผมให้การศาลคือผมไม่ได้เกี่ยวข้อง ไปค้นได้เลยถ้ามี

ข้อต่อสู้คือปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ลองตัดสินคือกันผมไว้เป็นพยาน ถ้าตัดสินแบบนี้คุณรับได้ไหม เขาเรียกว่าพรีเซนต์เทนต์ คือการยอมรับเท่านี้เพื่อจะได้กลับบ้าน ถูกนำตัวไปไว้ที่สถานกักกันการเป็นพยาน 2 ปีกว่า

สิ่งที่ผมพูดท่านไปเอาหลักฐานมาเลยว่าจริงหรือไม่จริง ผมเองก็ต้องการหลักฐานเหมือนกัน ไม่ใช่ไปตัดข่าวหนังสือพิมพ์มาแล้วมาลงโทษผมที่ประเทศไทยอีก ผมถูกลงโทษที่นู่นแล้วรับโทษรับกรรมที่นู่นแล้ว ยังต้องมาชดใช้กรรมที่ประเทศไทยอีกเหรอ

ทุกคนกล่าวหาแต่ว่าไม่มีตัวจริงเลย ผมก็ต้องมีหน้าที่พิสูจน์พยายามเอาคำพิพากษามา มอบหมายทนายไปคัดคำพิพากษา คู่คที่ยกฟ้องจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เลย ผมก็ทำหนังสือถึงสถานทูตผมต้องการคำพิพากษาให้ความเป็นธรรมผมหน่อย ไม่ใช่คุณเอาไปพูดๆ ให้ความเป็นธรรมกับผมหน่อย

สุดท้าย ร.อ.ธรรมนัส บอกอีกว่า เมื่อก่อนนี้โกรธที่คนเรียกแบบนั้น ตอนนี้ชินแล้วมีความรู้สึกว่าแป้งเป็นชื่อเล่นของผมไปแล้ว ก็เลยเฉยๆ แต่โกรธสไตล์ผมเมื่อก่อนโกรธแป๊บเดียวก็หายแล้ว เพราะถือว่าเป็นกรรมของเรา กรรมที่เราผิดพลาดมาเราก็ต้องใช้กรรม แต่ใช้มาเป็นปีที่ 8 แล้ว ก็ยังมีคนยังใช้ คำพวกนี้มาโจมตี ผมก็ต้องสวนบ้างก็คือฟ้อง

ที่ผมฟ้องวัตถุประสงค์ที่หนึ่งก็คืออยากรู้ว่าคนที่พูด เป็นคนหรือเปล่า หรือเป็น AI ผมฟ้อง 600 กว่าคดี เพราะผมต้องการพิสูจน์ว่านั่นเป็นอวตารหรือเปล่า อันที่สองเรื่องบางเรื่องมันเกินไปก็ต้องปรามบ้าง ถ้าวิจารณ์การทำงานเราไม่ว่า แต่พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่มีเหตุมีผลก็ต้องสอนบ้าง ส่วนใหญ่ก็คนเดิมๆ