ขอปวีณาช่วย! แม่ร้องลูกสาว 5 เดือน ตายหลังฝากที่สถานรับเลี้ยง

แมงปอ อีจัน

แมงปอ อีจัน

10 มีนาคม 2569

ขอปวีณาช่วย! แม่ร้องลูกสาว 5 เดือน ตายหลังฝากที่สถานรับเลี้ยง

หัวอกแม่แทบสลาย ร้องปวีณาช่วยหลังฝากลูกสาว 5 เดือนไว้สถานรับเลี้ยง ก่อนพบว่าเสียชีวิต

ล่าสุดวันนี้ นางสาวแพร เดินทางมาร้อง มูลนิธิปวีณา หลังนำลูกสาว วัย 5 เดือน ไปฝากเลี้ยงที่สถานรับเลี้ยงเด็ก แบบกิน-นอน แห่งหนึ่ง ย่านราษฎร์บูรณะ แต่หลังจากนั้นลูกเสียชีวิต

โดยทางด้านของนางสาวแพร เล่าว่า ที่ผ่านมา ได้นำลูกไปฝากเอาไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ตนเองได้ฝากเลี้ยงลูกตั้งแต่ลูกอายุได้ 3 เดือน ซึ่งค่าใช้อจ่ายอยู่ที่เดือนละ 6,500 บาท ล่าสุดที่ตนนำรูปไปฝากเอาไว้คือเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยในวันนั้นลูกก็ยังมีท่าทีปกติ ไม่ได้ป่วยอะไร

จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันที่ 2 มีนาคม ทางด้านของนางสาวแอน(นามสมมติ) พี่เลี้ยงได้มีการโทรศัพท์มาบอกกับตนว่าลูกมีอาการไอ จึงได้ให้ลูกของตนกินยาแก้อักเสบของลูกสาวนางสาวแอน ซึ่งยาที่นางสาวแอนให้ลูกของตนกินนั้นเป็นยาสำหรับเด็ก 2 ขวบ ตนเองยังถามกลับไปว่า “ยาของเด็ก 2 ขวบจะมาให้เด็กแ่อนกินได้เหรอ” พี่เลี้ยงบอกว่า “ไม่เป็นไรกินได้ พี่ให้กินไม่เยอะ” หลังจากนั้นก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก

จนกระทั่งวันที่ 3 มีนาคม ตนเองได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อจะพูดคุยกับลูก แต่ทางด้านของนางสาวแอน ปฏิเสธพร้อมกับบอกว่าลูกของตนเล่นอยู่ หลังจากนั้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกันตนเองก็ได้เดินทางไปที่บ้านของพี่เลี้ยง เพื่อไปดูลูกแต่เมื่อไปถึงก็พบว่าลูกนอนคว่ำน่าอยู่ ตนเองก็รู้สึกเอะใจเพราะปกติลูกเป็นเด็กที่ตื่นง่าย ทางด้านพี่เลี้ยงอ้างว่าลูกของตนเพิ่งกินยาและหลับไป หลังจากนั้นตนเองนั่งเฝ้าลูกอยู่ประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะพยายามอุ้มลูกขึ้นมา แต่ทางด้านของพี่เลี้ยงห้ามเอาไว้ โดยอ้างว่า ลูกของตนเพิ่งหลับ ตนเองจึงปล่อยให้ลูกนอนและกลับไปทำงาน

หลังจากนั้นในวันที่ 4 มีนาคม ตนเองก็เดินทางไปที่บ้านของพี่เลี้ยงคนนี้ เพื่อที่จะไปเล่นกับลูก พร้อมกับนำนมและแพมเพิสไปให้ แต่เมื่อไปถึงไม่พบตัวนางสาวแอน เจอแต่แม่ของนางสาวแอน ซึ่งแม่ของนางสาวแอนอ้างว่าลูกของตนนอนอยู่ชั้นบนของบ้าน ส่วนตัวของนางสาวแอนไม่ทราบว่าออกไปไหน ตนเองจึงได้เดินทางกลับ จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 09:00 น. แม่ของนางสาวแอนได้โทรศัพท์มาหาแม่ของตนพร้อมกับบอกว่าให้ไปดูลูกที่โรงพยาบาล เพราะลูกมีอาการเลือดออกทางจมูก ตนเองด้วยความตกใจมากเลยรีบตามไปที่โรงพยาบาลทันที แต่เมื่อไปถึงตนเองก็พบว่าหมอได้พยายามที่จะช่วยชีวิตลูกของตนอยู่ หลังจากนั้นหมอก็ได้ออกมาบอกว่าไม่สามารถช่วยชีวิตของลูกตนไว้ได้ ทางด้านของหมอก็มีมีการแจ้งว่าลูกของตนนั้นหยุดหายใจไปกว่า 2 ชั่วโมงแล้วก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาล ซึ่งตนได้ตั้งข้อสงสัยว่าระยะทางจากบ้านของนางสาวแอน มาที่โรงพยาบาลนั้นใช้ระยะเวลาไม่ถึง 10 นาที แต่ทำไมการช่วยเหลือถึงล่าช้าทำให้ลูกของตนต้องเสียชีวิต

ซึ่งในส่วนของผลชันสูตรเบื้องต้นสาเหตุที่ลูกของตนเสียชีวิต แพทย์ลงความเห็นว่าเกิดจาก “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” แต่แม่ติดใจสงสัยจึงได้ขอให้มีการชันสูตรศพ แพทย์ได้เก็บชิ้นเนื้อและเลือดของลูกสาวไว้ตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่าจะทราบผลในอีกประมาณ 2 เดือน และแม่ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ราษฎร์บูรณะ

นางปวีณา กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับคุณแม่ที่ต้องสูญเสียลูกน้อย หลังรับเรื่องได้ประสาน พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ ทันที และจะประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เข้าไปตรวจสอบที่บ้านรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เพื่อประกอบการสอบสวนดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่งพรุ่งนี้ 11 มี.ค. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาคุณแม่รายนี้ไปพบ พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีและให้ความเป็นธรรมกับแม่เลี้ยงเดี่ยวรายนี้ต่อไป ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ ให้งบประมาณในการจัดตั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็กขึ้นในชุมชน หรือในหน่วยราชการ บริษัทที่ทำงาน เพราะเข้าใจว่าแม่ลูกอ่อนต้องทำมาหากินจนไม่สามารถเลี้ยงลูกได้จึงต้องนำไปฝากเลี้ยง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องทำในเรื่องของความปลอดภัยและการดูแลเด็กที่ถูกต้อง