อนุทิน ตะเพิด ผู้ว่าฯ รฟท. พิจารณาตัวเอง ลั่น ต้องมีคนรับผิดชอบ
บวรวัฒน์ อีจัน
14 มกราคม 2569

จากเหตุการณ์สุดสลด เช้าวันนี้ (14 ม.ค. 69) รถไฟขบวนด่วนพิเศษ 21 กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ประสบเหตุเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงหล่นทับ ช่วงบริเวณ กม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 หมู่ที่ 11 บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นเหตุให้รถไฟตกรางและเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงมีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุด นายกฯ อนุทิน ได้เปิดเผยประเด็นดังกล่าว

วันนี้ (14 ม.ค. 69) เวลา 13:00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ พื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานแล้ว โดยตนได้สั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม, นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่ โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต
ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ขอให้รอการสืบสวนสอบสวน ว่าทำไมจังหวะเวลาถึงพอดีกันขนาดนี้ เพราะเรื่องนี้ตนต้องไล่ถามอยู่แล้วเพราะเป็นอาชีพเก่า พร้อมย้ำว่า อย่านำเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นทางการเมือง ขอให้ใช้เวลาไปกับการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และไม่ให้เกิดความสูญเสียมากกว่านี้
“ดูแล้วโครงการนี้มันหลายครั้ง เมื่อปีที่แล้วมีเหตุการณ์อุโมงค์ก่อสร้างถล่ม รอบนี้มีเครนล้มอีก จึงต้องดูว่าทำไมถึงมีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบ อุบัติเหตุเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน ทำอะไรที่มันไม่ตรงตามการออกแบบ” นายอนุทิน กล่าว
สำหรับการก่อสร้างจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องยุติการก่อสร้าง และทำรายงาน แผนการชดใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องความเสียหายมันมีการใช้ค่าปรับอยู่แล้ว แต่เมื่อต้องหยุดงาน ผู้รับเหมาจะเสียค่าปรับในส่วนนี้ ส่วนภาครัฐมีความเสียหายเรื่องระยะเวลา แต่ไม่มีงบประมาณต้องเสียเพิ่มเติม
ผู้รับเหมาได้ชี้แจงกลับมาเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้คงต้องเร่งหาสาเหตุ รวมถึง รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต้องสืบสวนสอบสวน หากจะว่าผิด ต้องผิดทั้งหมด เมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น จะต้องมีคนถูกลงโทษและรับผิดชอบที่ควบคุมโครงการไม่ดี

ส่วนจะต้องมีการพิจารณาบทลงโทษผู้ประกอบการเพิ่มหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อถึงจุดนี้ ต้องถึงกับการเป็นกฎหมาย ทั้งกระทรวงคมนาคมหรือกรมบัญชีกลาง ที่จะเป็นหน่วยงานขึ้นบัญชีดำ ตนได้ซักถามในกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่ายกเลิกสัญญาแล้วหรือไม่ แต่ปรากฏว่าติดที่กฎหมายไปหมด และตนมีเวลาบริหารงานเพียง 2 เดือน และจะนำเรื่องนี้กลับมาคุยกันหลังเลือกตั้ง และตีแผ่กันอย่างชัดเจน ซึ่งทราบว่าผู้ประกอบการเป็นรายเดิม และยังให้ดำเนินงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลางต้องตอบให้ได้ว่าทำไมยังไม่ขึ้นบัญชีดำ
นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเรื่องของหลักวิศวกรรม มันจะไม่เกิดขึ้นโดยตามธรรมชาติ การที่เครนล้มลงมา ต้องตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ส่วนใดสึกหรอหรือลูกปืนรางมีปัญหาหรือไม่ เรื่องพวกนี้สามารถพิสูจน์ได้ และหากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าจบเห่
ดังนั้น การจะไปจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างแบบนี้ ภาครัฐต้องคิดแล้วคิดอีก ภาคเอกชนต้องคิดเหมือนกัน เรื่องนี้ รฟท. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วย ส่วนการลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ ตนได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งต่างจากเมื่อครั้งอุโมงค์ก่อสร้างถล่ม
หากสอบสวนพบว่ามีในโครงการอื่นนั้น จะชะลอโครงการหรือยุติไปเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงาน ทั้งรับจ้าง และผู้ว่าจ้าง เรื่องนี้จะยกให้เป็นความผิดของผู้รับเหมาเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่ เพราะมีการอนุมัติโครงการ มีการตรวจการจ้าง พร้อมย้ำว่า ไม่ต้องกังวล สถานการณ์จะบีบบังคับให้มีการตรวจสอบเอง ซึ่งต่อจากนี้ ตนก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าฯ รฟท. จะอยู่ได้หรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มีผู้เสียชีวิต 22 ราย เนื่องจากคราวที่แล้ว คิดจำกัดความรับผิดชอบอยู่ในกรอบของผู้ว่าจ้าง แต่ครั้งนี้กระทบถึงพี่น้องประชาชน ตนจึงต้องถามกลับ และให้กลับไปพิจารณาตนเอง เพราะตอนนี้ตนยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว