ร้องปวีณาฯ ถูกหลอกปิดหนี้ แลกเอาชื่อกู้คอนโด สุดท้ายเป็นหนี้หลักล้าน

ยาหยี อีจัน

ยาหยี อีจัน

7 ธันวาคม 2567

ร้องปวีณาฯ ถูกหลอกปิดหนี้ แลกเอาชื่อกู้คอนโด สุดท้ายเป็นหนี้หลักล้าน

วันนี้ 7 ธ.ค. 67 กลุ่มผู้เสียหายนับ 100 ชีวิต เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังจากถูกบริษัทแห่งหนึ่ง หลอกว่าจะปิดหนี้บัตรเครดิต ปิดหนี้บ้าน รถ ให้หมด แต่แลกกับต้องให้นำชื่อไปผ่อนซื้อคอนโด สุดท้ายกลับต้องเป็นหนี้คนละ 8-16 ล้าน ถูกธนาคารตามทวงหนี้ เพราะบริษัทปิดตัวหนีหาย ผู้เสียหายหลายคนเครียด จนคิดปลิดชีพตัวเอง เพราะถูกธนาคารตามจี้ ฟ้องยึดทรัพย์บังคับคดี รวมมูลค่าความเสียหายนับ 1,000 ล้านบาท

หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ ตนมีหนี้บัตรเครดิตและหนี้อื่นๆอยู่แล้ว ราวๆ 9 แสนบาท มีการผ่อนชำระตรงงวดตามปกติ อยู่ๆวันหนึ่ง มีการติดต่อจากทางบริษัทที่ก่อเหตุ อ้างว่า เป็นบริษัทสินเชื่อ เสนอจะปิดหนี้ให้ผู้เสียหาย เพื่อให้มาเป็นหนี้ที่บริษัทนี้ทางเดียว ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และเดินทางไปที่บริษัทเพื่อทำสัญญา กู้ซื้อคอนโดมีเนียม ซึ่งเป็นชื่อของผู้เสียหาย

โดยในสัญญาบริษัท ระบุว่า ผู้เสียหายต้องผ่อนคอนโดด้วย 1 ห้อง ภายในระยะเวลา 2 ปี ทางบริษัทจะซื้อคืนคอนโดคืน และในการทำสัญญา ทางบริษัทได้พาไปเซ็นเอกสารที่สถานีตำรวจ ทำให้ผู้เสียหายไว้ใจ คิดว่าไม่ถูกหลอกแน่นอน

และหลังจากทำสัญญาแล้ว ภายในระยะเวลา 1 – 2 เดือน ทางบริษัท ได้โอนเงินปิดหนี้ เข้ามาให้ญาติหรือคนใกล้ชิดแทน เพื่อให้ผู้เสียหายนำเงินไปปิดหนี้ เมื่อถามว่าตอนนั้นสงสัยหรือไม่ ว่าทำไมบริษัทไม่โอนเงินเข้าบัญชีโดยตรง? ผู้เสียหาย ตอบว่า ไม่สงสัย เพราะบริษัทโอนเงินมาปิดหนี้ให้จริงๆ

หลังจากนั้นไม่นาน ทางบริษัทก็ติดต่อ ให้ผู้เสียหายไปทำสัญญา ผ่อนซื้อคอนโดหลายโครงการ และหลายธนาคารพร้อมๆกัน โดยผู้เสียหายต้องผ่อน 1 ห้อง ตามสัญญา ส่วนห้องอื่นที่กู้ผ่าน ทางบริษัทจะเป็นผู้ผ่อน การกู้ซื้อคอนโดแต่ละห้อง ทางบริษัทได้ยื่นกู้ในวงเงิน ที่เกินกว่าราคาห้องค่อนข้างมาก และเมื่อกู้ผ่าน ทางบริษัทก็ติดต่อให้กับผู้เสียหาย โอนเงินส่วนต่างคืนให้กับทางบริษัท บางรายมียอดส่วนต่างเกือบ 1 ล้านบาท

ช่วงแรกๆ ทางบริษัทก็รผ่อนจ่ายตามปกติ แต่ช่วงหลังหรือผ่านไปแค่ 3-5 เดือน ทางบริษัทก็เริ่มเกิดปัญหาผ่อนคอนโด จนในที่สุดก็หยุดผ่อนไป ทำให้ทางธนาคารต้องทวงถามกับชื่อเจ้าของคอนโด ตามสัญญากู้ ซึ่งก็คือ ชื่อของผู้เสียหายนั่นเเอง และผู้เสียหาย ต้องรับผิดชอบในการผ่อนคอนโด หลายคนผ่อนไม่ไหว เพราะยอดผ่อนรายเดือนสูงมาก พอไม่มีเงินผ่อนก็ถูกธนาคารตามทวง จนถึงยึดคอนโดคืน จากเดิมมีหนี้ 900,000 บาท กลายเป็นว่าตอนนี้เป็นหนี้ธนาคาร ในการกู้ซื้อคอนโด ทั้งหมด 16 ล้านบาท

พอติดต่อไปที่บริษัทที่ปิดหนี้ ทางบริษัทก็บ่ายเบี่ยง บอกเพียงแค่ว่า “เดี๋ยวจะติดต่อกลับ” แต่ก็เงียบหายไปเหมือนเดิม ผู้เสียหายเดินทางไปที่ตั้งบริษัท ก็ได้พบว่าบริษัทปิดไปแล้ว ยิ่งทำให้ทุกคนเครียดมาก บางคนเกือบคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว

ทางด้าน น.ส.นันท์วาภัทร นพชัยกิตติยุต ทนายของมูลนิธิปวีณาฯ เผยว่า พฤติการณ์ของบริษัทดังกล่าวนี้ เชื่อว่าจะได้เงินจากส่วนต่างของการกู้ และน่าจะได้ไปจำนวนที่มาก เพราะเท่าที่รวบรวมข้อมูลและพูดคุยกับผู้เสียหาย พบว่ามีผู้เสียหายทั้งหมด 211 คน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ออกมารวมกลุ่ม และมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา จำนวน 103 คน

ทั้งหมดนี้มีคอนโดในชื่อตัวเอง ซึ่งทางบริษัทเป็นคนซื้อไว้ ทั้งหมด 414 ห้อง ยอดความเสียหายคิดเป็นหนี้รวม 1,470 ล้านบาท กระจายไป 8 ธนาคาร แต่ละคน ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน คือเสนอการปิดหนี้ แลกกับการใช้ชื่อไปผ่อนคอนโด บางราย 2 ห้องบางราย 5 ห้อง มีการบังคับให้ผู้เสียหายโอนเงินส่วนต่าง ที่ได้มาจากการยื่นกู้ รายละไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท แต่ท้ายที่สุดแล้วทางบริษัทก็หยุดการจ่ายเงิน เพื่อผ่อนคอนโด ทำให้ผู้เสียหายกลายเป็นหนี้ธนาคารทันที

หลังจากการพูดคุยกับผู้เสียหาย นางปวีณา เผยว่า การกระทำของบริษัทนี้ ทำให้คนมากกว่า 200 คน ต้องมารับภาระหนี้โดยที่เขาไม่ได้ก่อ ทางมูลนิธิจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่ต้องมีการหารือกันก่อนว่า จะเข้าไปยื่นแจ้งความ หรือร้องทุกข์ กับหน่วยงานไหน ซึ่งกำหนดไว้เบื้องต้นว่า จะนัดหมายผู้เสียหายเอาไว้ในวันพุธที่ 11 ธันวาคม นี้

ยอดความเสียหาย เป็นหลักพันล้าน เรื่องนี้จะเป็นยังต่อ ต้องรอติดตาม!!!

ระวังตกเป็นเหยื่อ คนหวังดีประสงค์ร้าย?