หมอหมู เตือน! “กินฮอตดอกเย็นๆ” เสี่ยงโรคร้าย – สะสมเชื้อแบคทีเรีย

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

29 มกราคม 2568

หมอหมู เตือน! “กินฮอตดอกเย็นๆ” เสี่ยงโรคร้าย – สะสมเชื้อแบคทีเรีย

แม้ว่า “ฮอตดอก” จะเป็นอาหารฟาสต์ฟูดที่สามารถหาทานได้ง่าย และราคาจับต้องได้ แต่ควรจะต้องทานอย่างถูกต้อง และถูกหลักสุขอนามัย หลังจากอาจารย์แพทย์ชื่อดังเปิดเผยว่าการทาน “ฮอตดอกแบบเย็นๆ” อาจเสี่ยงต่อการรับแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายได้ พร้อมแนะนำควรอุ่นก่อนทานทุกครั้ง

วันนี้ (29 ม.ค.68) รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “หมอหมู วีระศักดิ์” ประกาศเตือนผู้ที่ชอบทานฮอตดอกแบบเย็นๆ หลังจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาได้เผยว่า ฮอตดอกแบบเย็น อาจปนเปื้อน “แบคทีเรียลิสเทอเรีย โมโนไซโตจิเนส” และเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงอย่าง “โรคลิสเทริโอซิส” ได้

โพสต์ระบุว่า 

อย่ารับประทานฮอทดอกเย็นๆ เพราะอาจเสี่ยงเกิดโรคร้ายแรง 

ฮอทดอกเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่มักพบในตู้เย็น เนื่องจากสามารถนำมาทำเป็นอาหารเช้าหรืออาหารเย็นได้อย่างรวดเร็ว  

ฮอทดอกเกือบทุกชนิดมีลักษณะคล้ายคลึงกัน และบรรจุภัณฑ์ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ส่วนผสมอาจแตกต่างกัน โดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี จะมีเนื้อสัตว์เป็นส่วนส่วนประกอบอย่างน้อย 90% และไม่มีสารกันบูด และสารปรุงแต่งรสเทียม แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรทานฮอทดอกเป็นประจำ เนื่องจากฮอทดอกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกายในระยะยาวได้  

คุณสามารถกินฮอทดอกเย็นได้ไหม? 

หลายคนคิดว่าไม่จำเป็นต้องอุ่นฮอทดอก เพียงแค่แกะฮอทดอกออกจากบรรจุภัณฑ์แล้วทานได้เลย ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาหรือ USDA (US Department of. Agriculture) ไม่แนะนำให้ทำเช่นนั้น เนื่องจากฮอตดอกอาจปนเปื้อนแบคทีเรีย ลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria monocytogenes ) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคที่เรียกว่า โรคลิสเทริโอซิส (Listeriosis)  

โรคลิสเทริโอซิส  

1. โรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียลิสเทอเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria Monocytogenes) ที่พบได้ทั่วไปในดิน แหล่งน้ำ หรือมูลสัตว์ โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายเมื่อผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อนี้ โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เช่น ฮอทดอก หรือไส้กรอก  

2. อาการของโรคลิสเทริโอซิส ในช่วง 2-3 วันแรก ผู้ป่วยมักจะมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวดเมื่อยตามร่างกาย คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย แต่หากเชื้อแพร่กระจายเข้าสู่ระบบประสาทก็จะส่งผลให้เกิดอาการอื่นตามมา เช่น ปวดศีรษะ มีอาการคอแข็ง เซื่องซึม รู้สึกสับสน ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงไป เสียการทรงตัว หรือชัก เป็นต้น  

3. โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงอาจไม่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพมากนัก แต่เชื้อลิสเทอเรียอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเมื่อเกิดกับเด็กแรกเกิดและทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา รวมทั้งผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้เช่นกัน

ขอบคุณภาพ : Foods Guy

พร้อมแนะนำว่า ทำไมการอุ่นฮอทดอกถึงดีกว่า? 

การอุ่นฮอทดอกจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส ได้ ซึ่งจะลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคลิสเทริโอซิส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เด็กแรกเกิด สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคลิสทีเรีย ที่อาจรุนแรงมากขึ้น และอาจอันตรายถึงชีวิตได้ 

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://www.fsis.usda.gov/…/meat…/hot-dogs-food-safety 

เรียบเรียงโดย: รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี #หมอหมูวีระศักดิ์ #ตีแผ่ทุกความจริงด้วยวิทยาศาสตร์ 

ทั้งนี้ หมอหมูกล่าวทิ้งท้ายว่า “ข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำเสนอมีการอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน และผมได้พยายามอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ แต่บางครั้งอาจมีการโต้แย้งในข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องปกติในแวดวงวิชาการ ดังนั้นจึงขอเรียนทุกท่านว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความของผม และควรหาข้อมูลเพื่มเติมเพื่อความถูกต้องอีกครั้งด้วยนะครับ” 

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก หมอหมู วีระศักดิ์