จับตา! BQ.1.x ระบาดหนัก แตกลูกหลานกว่า 30 สายพันธุ์

นูนนี่ อีจัน

นูนนี่ อีจัน

1 ธันวาคม 2565

จับตา!  BQ.1.x ระบาดหนัก แตกลูกหลานกว่า 30 สายพันธุ์

เดือนสุดท้ายของปีแล้ว และโควิด 19 ก็กำลังกลับติดกันมากขึ้น ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ

วันนี้ (1 ธ.ค.65) นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อัปเดตสถานการณ์โควิด 19 จาก WHO ว่า

องค์การอนามัยโลกออกรายงานล่าสุด WHO Weekly Epidemiological Update เมื่อคืนนี้ 30 พฤศจิกายน 2565

Omicron ครองการระบาดถึง 99.9% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา หากวิเคราะห์สายพันธุ์ในสัปดาห์ล่าสุด พบว่า BA.5 มีสัดส่วน 73%, BA.2 เพิ่มขึ้นเป็น 10.1% (เดิม 7.9%), BA.4 ลดลงเหลือ 2.8% (เดิม 3.4%)

สำหรับสายพันธุ์ย่อยที่น่ากังวลสำหรับทั่วโลกนั้น พบว่า BQ.1.x นั้นมีการระบาดเพิ่มขึ้นเป็น 27.3% (เดิม 23.1%), ในขณะที่ BA.2.75.x เพิ่มขึ้นเป็น 6.6% (เดิม 5.4%), ส่วน XBB เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.8% (เดิม 2.7%)

ปัจจุบัน BQ.1.x นั้นแตกหน่อต่อยอดไปจนมีลูกหลานกว่า 30 สายพันธุ์ย่อยแล้ว

นอกจากนี้ นพ.ธีระ ได้อัพเดต Long COVID หลังติดเชื้อสายพันธุ์ Omicron

โดย Magnusson K และคณะ จากประเทศนอร์เวย์ เผยแพร่ผลการศึกษาในวารสารการแพทย์ Nature Communications เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565

ซึ่งศึกษาความชุกและความเสี่ยงในการเกิดอาการผิดปกติต่างๆ ของ Long COVID ในกลุ่มประชากรที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า จำนวน 23,767 คน และ Omicron จำนวน 13,365 คน เปรียบเทียบกับกลุ่มประชากรที่ไม่ได้ติดเชื้อ จำนวน 105,297 คน

สาระสำคัญคือ ในช่วง 3 เดือนแรกหลังจากที่ติดเชื้อนั้น ความเสี่ยงและอัตราการเกิดปัญหา Long COVID ของกลุ่มผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้า และ Omicron นั้นไม่แตกต่างกัน

แต่หลังจาก 3 เดือนเป็นต้นไป กลุ่มผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ Omicron นั้นจะมีอัตราการเกิดปัญหา Long COVID โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้าอยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม ในแง่ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการผิดปกติหลักๆ ของ Long COVID ในระบบต่างๆ ของร่างกายนั้น หากเทียบกับกลุ่มผู้ที่ไม่ได้ติดเชื้อแล้ว การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า Omicron ไม่ได้แตกต่างจากเดลต้า

ดังนั้น การสวมแมสก์เมื่อออกนอกบ้านและการไม่อยู่ในที่แออัดยังเป็นสิ่งจำเป็นนะคะ

คลิปอีจันแนะนำ
แต่งเงาะป่าเซอร์ไพรส์ทั้งงาน หวังสร้างรอยยิ้ม!