แก๊งจีน ไม่รอด! หลังแฮกข้อมูลบัตรเครดิตผู้อื่น เสียหายหลัก 10 ล้าน  

อีจัน อ้วน

อีจัน อ้วน

12 มีนาคม 2569

แก๊งจีน ไม่รอด! หลังแฮกข้อมูลบัตรเครดิตผู้อื่น เสียหายหลัก 10 ล้าน  

เยอะมากจริงๆพวกนี้! เเก๊งจีนเเสบ แฮกข้อมูลบัตรเครดิตมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท 

วันนี้(12 มี.ค.69) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขา ปปง. ,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ เเละทีม ร่วมกับชมรมป้องกันการทุจริตบัตรเครดิต ทำการสืบสวนกรณีกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาข้อมูลบัตรเครดิตของผู้เสียหายชาวไทยและชาวต่างชาติ จากนั้นนำข้อมูลบัตรเครดิตไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เช่น ทองคำ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น 

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยใช้บ้านแห่งหนึ่งบริเวณซอยพระยาสุเรนทร์ ในการกระทำความผิด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติค้นต่อศาลอาญามีนบุรี ซึ่งต่อมาศาลอนุมัติหมายค้นที่ ค.๔๑๘/๒๕๖๘ ให้เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว  

จากการตรวจค้นสามารถขยายผลไปยังตัวการที่กระทำความผิดและบ้านที่ใช้กระทำความผิดได้เพิ่มเติม คือ MR.YUPENG สัญชาติจีน พร้อมพยานหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือที่ใช้รับข้อมูลบัตรเครดิต, โทรศัพท์มือถือที่ใช้ข้อมูลบัตรเครดิตสั่งซื้อสินค้ากว่า 70 เครื่อง, ทองคำ 21 บาท, เงินสกุลดิจิทัล 264,179 USDT, รถยนต์ และทรัพย์สินอื่น ๆ ซึ่งเชื่อว่าได้ใช้หรือได้มาจากการกระทำความผิด จึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งได้รายงานการจับกุมความผิดมูลฐานให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว 

ศาลอาญามีนบุรีพิพากษาผู้ต้องหา ลงโทษจำคุก 2 ปี 30 เดือน ไม่รอลงอาญา และ ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน 25 รายการ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตามคำสั่ง ย.18/2569 ลง 11 ก.พ.69 ที่ทำการตรวจยึดไว้ โดยในวันที่ 12 มี.ค.69 สตม. ได้ส่งมอบทรัพย์สินรวม 25 รายการ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ต่อ ปปง. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจยึดทรัพย์สินเงินสกุลดิจิทัลจากผู้ต้องหาในรูปแบบ Software Wallet แบบไม่ยืนยันตัวตน (non-Custodial wallet) จนสามารถนำส่งให้กับ ปปง. ดำเนินการตามกฎหมายได้สำเร็จอีกด้วย