แม่ทัพกุ้ง เผย แม่ทัพภาคที่ 2 เห็นพ้อง ทวงคืน “ปราสาทตาควาย” แน่นอนเมื่อมีโอกาส
แพทตี้ อีจัน
8 พฤศจิกายน 2568

แม่ทัพกุ้ง เผย ไทยทวงคืน “ปราสาทตาควาย” แน่นอน!!!
วานนี้ (7 พ.ย.68) พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางไปที่โรงเรียนเสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา บรรยายพิเศษในหัวข้อ “เรื่องเล่าจากแนวหน้า และการรักษาอธิปไตยของชาติ” ให้กับทางคณะครู และนักเรียน รวมถึงประชาชนที่สนใจ โดยมีบรรดาเด็กนักเรียน ครู และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมรับฟังการบรรยายมากกว่า 1,000 คน

ซึ่งพลโทบุญสิน ได้เล่าเรื่องราวเหตุการณ์สู้รบแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ในห้วงที่ผ่านมา พร้อมกับตอบคำถามให้กับเด็กนักเรียนที่สอบถามถึงสถานการณ์ชายแดนที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
พลโทบุญสิน ได้ตอบคำถามเด็กนักเรียนตอนหนึ่งว่า เหตุการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ในครั้งนี้นั้น ตนคิดไว้ตั้งแต่ตอนที่เข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 แล้วว่าอาจจะเกิดขึ้น เพราะทั้งสองประเทศมีความขัดแย้ง และทะเลาะกันเรื่องเส้นเขตแดนอยู่เป็นระยะๆ โดยทราบว่ามีกำลังทหารของฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามาตั้งฐานอยู่ในเขตของประเทศไทย

กระทั่งตนได้ทำหน้าที่ของทหารในวันที่ 24 – 28 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นคิดเห็นว่าถ้าผู้นำของกัมพูชายังไม่เปลี่ยนแนวความคิด ยังเป็นคนนี้อยู่ มันจะมีโอกาสที่จะเกิดความทะเลาะเบาะแว้งกันได้อยู่เรื่อยๆ ถ้าเขายังไม่เปลี่ยนนิสัย ไม่เกี่ยวกับคนไทย เพราะคนไทยหากพูดดีก็ได้อยู่แล้ว แต่หากหาเรื่องเราก็พร้อม นี่คือเหตุผลที่ว่าตัวเองคิดยังไงกับเหตุการณ์แนวชายแดนไทย – กัมพูชา ในตอนนี้
เหตุการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชาตอนนี้ยังไม่ปกติ เราจึงต้องเตรียมพร้อม ส่วนเรื่องที่ว่าเหตุการณ์นี้จะสงบลงได้ไหมนั้น ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้นำกัมพูชาเอง ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมของรัฐบาลหรือกองทัพไทย ว่าจะยังคงหาเรื่องอย่างที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะหากทำพฤติกรรมอย่างเดิมอีกก็คงต้องรบกันอีก เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังมีโอกาส 50 : 50
นอกจากนี้ พลโทบุญสิน ยังได้ตอบคำถามเจ้าหน้าที่ธุรการของโรงพยาบาลพนมดงรักษ์ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่โรงพยาบาลถูกระเบิดของฝ่ายกัมพูชาในช่วงการสู้รบที่ผ่านมา โดยพยาบาลรายนี้ได้ตัดสินใจลางานเพื่อเดินทางมาสอบถามถึงการทวงคืนปราสาทตาควาย หลังจากที่มีทหารกัมพูชาเข้าไปตั้งฐานอยู่ในตอนนี้

โดยทาง พลบุญสิน ตอบว่า ปราสาทตาควาย ก่อนหน้านี้ทางกัมพูชาได้สร้างฐานทหารอยู่ใกล้ตัวปราสาทมาก และช่วงเกิดสถานการณ์สู้รบทางฝ่ายไทยจำเป็นต้องเอากำลังที่เคยประจำจุดนี้ไปยึดภูมะเขือก่อน มีพื้นที่ประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เยอะมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำการยึดพื้นที่จุดภูมะเขือก่อน และจากนั้นก็วางแผนจะย้อนกลับมายึดปราสาทตาควาย แต่ปรากฏว่าไม่ทันเวลา เพราะมีการประกาศหยุดยิงก่อน จึงทำได้เพียงแต่วางกำลังประกบเอาไว้ ในขณะที่ทางในฝั่งของกัมพูชาวางกำลังทหารอยู่ในตัวปราสาท ส่วนเราอยู่ห่างออกมาประมาณ 30 เมตร ซึ่งอยู่ในระยะพร้อมยิงแล้ว
และตอนนั้นก็ยังถือว่าอยู่ในแผนที่จะเดินหน้าเอาคืนปราสาทตาควาย แต่ตนต้องเกษียณอายุราชการเสียก่อน ประกอบกับตอนนั้นอยู่ในช่วงที่จะมีการประชุม UN ด้วย ดังนั้นเราจึงไม่สามารถเดินแผนทวงคืนได้ เนื่องจากหากฝืนทำก็จะเป็นการขัดข้อตกลง และจะทำให้ฝ่ายกัมพูชานำไปเป็นเหตุผลในการร้องเรียนกับทาง UN ได้ ทำให้แผนนี้ต้องถูกชะลอเอาไว้ก่อน
และตอนนี้ทางแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ก็ยังมีแนวความคิดเหมือนตนเอง แต่หลังจากนี้ก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับทางรัฐบาล และทางกองทัพไทยเองว่า จะดำเนินการทวงคืนอย่างไร ยืนยันว่าจะต้องทวงคืนแน่นอน รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ที่เป็นของไทย





