2 พฤษภาคม วันทูน่าโลก World Tuna Day

ยาหยี อีจัน

ยาหยี อีจัน

20 เมษายน 2566

2 พฤษภาคม วันทูน่าโลก World Tuna Day

ทำความรู้จักกับสัตว์ที่หลายประเทศยกให้เป็น “สัตว์เศรษฐกิจ” “ทูน่า” เป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร การจ้างงาน รายได้ของรัฐ ชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรม

ทำให้อุตสาหกรรมการประมง องค์การไม่แสวงผลกำไร และรัฐบาลจาก 8 ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ได้ร่วมกันผลักดันให้ วันที่ 2 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันทูน่าโลก” เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ทูน่าและการประมงที่ไม่คุกคามต่อสายพันธุ์และสิ่งแวดล้อม

ทูน่าเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ไอโอดีน แมงกานีส ซิลิเนียม วิตามินนานาชนิด และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันการเกิดความดันโลหิตสูง ดีต่อสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด และยังช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

นอกจากจะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทูน่ายังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา ราว 85 ประเทศทั่วโลกที่ทำอุตสาหกรรมประมงทูน่า ในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

อีกทั้ง ประเทศไทยครองแชมป์ประเทศผู้ส่งออกทูน่ากระป๋องอันดับ 1 ของโลก ยาวนานมาตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา รองลงมาคือประเทศเอกวาดอร์ และสเปน

ทูน่าสายพันธุ์ที่ไทยนำเข้ามาผลิตทูน่ากระป๋องมากที่สุดคือ ทูน่าพันธุ์ท้องแถบ (Skipjack Tuna) รองลงมาคือ ทูน่าครีบเหลือง (Yellowfin Tuna) ทูน่าตาโต (Bigeye Tuna) และทูน่าครีบยาว (Albacore Tuna)

ทั้งนี้กว่า 80 ประเทศทั่วโลกมีการทำประมงทูน่าในมหาสมุทรต่างๆ เรือประมงหลายลำทำประมงอย่างผิดกฎหมายและเกินขนาด เพื่อจับทูน่าให้ได้ปริมาณมากเพียงพอกับความต้องการของตลาด ทำให้ประชากรทูน่าลดลงอย่างมาก ทั้งทูน่าตาโต (Bigeye) ทูน่าครีบยาว (Albacore) ที่เข้าข่ายเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ส่วนทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin) ที่เลิศรสที่สุด ต้องตกอยู่ในภาวะถูกล่าจนใกล้จะสูญพันธุ์

ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้องค์การสหประชาชาติยกย่อง “ทูน่า” ให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญที่จำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงตั้งให้วันที่ 2 พฤษภาคม เป็นวันทูน่าโลกนั่นเอง

ที่มา : WWF Thailand ,

http://www.fao.org/