ไทม์ไลน์ หมอกฤตไท สู้ดิวะ สู้มะเร็งปอด 1 ปี ก่อนเสียชีวิต

tannysoft

tannysoft

5 ธันวาคม 2566

ไทม์ไลน์ หมอกฤตไท สู้ดิวะ สู้มะเร็งปอด 1 ปี ก่อนเสียชีวิต
หมอกฤตไท กับ หัวใจที่ต่อสู้

“สู้ดิวะ” คือ ประโยคสู้จาก คุณหมอ กฤตไท ธนสมบัติกุล เรื่องราวชีวิตของคุณหมอ ถูกโพสต์ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2565 ค่ะ ตอนนั้นอายุ 28 ปี

คุณหมอ บอกว่า ตอนอายุ 18 ปี สอบติด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จน 6 ปี เรียนจบหมอ หลังจากนั้น เรียนต่อเฉพาะทาง สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว อีก 3 ปีทันที

ระหว่างที่คุณหมอเรียนเฉพาะทาง ก็ยังได้ไปศึกษาสาขาเฉพาะทางอีกอันหนึ่ง คือ ระบาดวิทยาคลินิก

คุณบอก ผมยังฟิตกว่านั้น เรียนปริญญาโท วิทยาการข้อมูล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ควบคู่ไปด้วย

ชีวิตกำลัง… ไปได้ด้วยดี

ความอดทน พยายามของคุณหมอ ผ่านไป 3 ปี เขาจบแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัว และปริญญาโทวิทยาการข้อมูล ได้บรรจุเป็นอาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

และได้ทำงานสอนหนังสือ มาแล้ว 2 เดือน

เรื่องการใช้ชีวิต คุณหมอ บอกว่า ผมชอบออกกำลังกายมาก เล่นนักกีฬา กินอาหารคลีน ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเแอลกอฮอล์ก็น้อยมากๆ

ชีวิตการทำงาน ชีวิตความรักไปด้วยดี คุณหมอกำลังจะแต่งงาน กำลังจะซื้อบ้าน

สุดท้าย หมอเป็นมะเร็งปอด ระยะสุดท้าย

มะเร็งปอด จุดเปลี่ยนชีวิต

นี่เป็นจุดเปลี่ยน ของชีวิตคุณหมอ ค่ะ

คุณหมอ บอกว่า ตัวเองเริ่มไอ มีเสมหะบ้าง ไอแห้งบ้าง ตอนนั้นรักษาไปทางกรดไหลย้อนก่อน แต่ผ่านไป 2 เดือน ก็ยังไอไม่หายสักที

จึงตัดสินใจไปตรวจ ผลเอกซเรย์ พบว่า ปอดข้างขวาของคุณหมอ เหลืออยู่ครึ่งเดียว ลักษณะมีก้อน เกือบ 8 เซนติเมตรกับน้ำอยู่ ส่วนปอดด้านซ้ายก็มีก้อนเล็กๆ เต็มไปหมด

ผลตรวจ คือ คุณหมอเป็น “มะเร็งปอด ระยะสุดท้าย” เมื่อช่วงเดือน ตุลาคม 2565

แต่ที่โชคร้ายไปกว่านั้น มะเร็งกระจายไปที่เยื่อหุ้มปอด และปอดข้างซ้ายอีกหลายจุด และมะเร็งมันยังกระจายไปที่สมองถึง 6 ก้อนด้วยกัน

คุณหมอ บอกว่า เป็นวันที่ตระหนักว่าจริงๆแล้ว มนุษย์เรา มันโคตรเปราะบาง โลกทั้งใบแตกสลาย

ต่อหน้าต่อตาเลย ชีวิตเรา มีเวลาชีวิตจำกัด

ไทม์ไลน์ ต่อสู้มะเร็งปอด

ต.ค. 65 – ผ่าตัด รับยาเคมีบำบัด ฉายแสง

พ.ย. 65 – ผลข้างเคียงรักษา ขนร่วงหมดตัว

ธ.ค. 65 – ก้อนที่ปอดเล็กลง มะเร็งไม่กระจาย “โรคสงบ” แต่ก้อนมะเร็งในสมอง “ไม่สงบ”

ม.ค. 66 – อาการดีขึ้นมาก ออกกำลังกาย เล่นกีฬา กลับไปสอนหนังสือ

ก.พ. 66 – ก้อนมะเร็งในสมอง เพิ่มขึ้นมาใหม่ 3 ก้อน

มี.ค. 66 – ฉายแสงทั่วศีรษะ มีอาการสมองบวม

เม.ย. 66 – ก้อนมะเร็งปอดขวายุบลง ก้อนเล็กๆปอดซ้ายหายเกือบหมด ก้อนในสมองสงบ มะเร็งไม่กระจาย

แต่งงาน เริ่มชีวิตคู่

จนกระทั่ง 22 ต.ค. 66 หมอกฤตไท เข้าพิธีแต่งงาน เป็นวันสำคัญที่สุด เริ่มต้นชีวิตคู่

หมดหนทางสู้

ผ่านไปแค่ 12 วัน หลังแต่งงาน

2 พ.ย. 66 หมอกฤตไท โพสต์บอกลา บอกว่า “ผมคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วครับ ใครมีอะไรอยากพูดอยากบอกผม เชิญได้เลยครับ ผมน่าจะไป ช่วงกลางเดือนหน้า ไว้เจอกันใหม่นะครับ ณ ตอนนี้ผมพิมพ์ได้เท่านี้ก็เอาละครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างตลอดช่วง 30 ที่ผ่านมาครับ ขอโทษถ้าผมทำให้ใครไม่พอใจครับ”

วันต่อมา 3 พ.ย. 66 คุณหมอ ยังโพสต์บอกอีกว่า “ผมคงไม่ได้ไปดู NBA ผมคงไม่ทันได้เข้าไปอยู่ในบ้าน คงไม่ทันได้เจอพี่เพียวอีก จากนี้ฝากบ้าน ฝากพีม ฝากครอบครัวด้วยนะครับ ขอบคุณจากใจให้กับทุกคน ที่ช่วยดูแลด้วยครับ”

ต่อมา 8 พ.ย. 66 หมอกฤตไท โพสต์บอกอีกว่า “แพ้สุดทุกทางแล้วว่ะ กลับไปรอที่บ้าน หรือ นอนรอกลับบ้านที่นี่ดี”

ก่อนที่หมอกฤตไท จะลบโพสต์ออกไป

ถึงเวลา… ต้องจาก

ล่าสุดวันนี้ 5 ธ.ค. 66 พ่อของ หมอกฤตไท โพสต์รูปลูกชาย พร้อมเวลา 10.59 น.

ข้อความระบุว่า… เดินทางปลอดภัยครับ ลูกชาย #สู้ดิวะ

หลับให้สบาย นะคะ

คลิปอีจันแนะนำ
หมอกฤตไท เจ้าของเพจ “สู้ดิวะ” โพสต์บอกลา หลังสู้มะเร็งมานาน 1 ปี