นายกฯ ย้ำ! เตรียมมาตรการหลังเกิดสงครามกลางเมืองในอิหร่าน ยัน พร้อมรับคนไทยกลับประเทศ
พอลลี่ อีจัน
2 มีนาคม 2569

เรื่องสงครามต่างประเทศที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ส่งผลต่อหลายประเ้ทศมาก รวมถึงประเทศไทยด้วย
วันนี้ (2 มี.ค.69) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

โดยประเด็นหลักเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สืบเนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน และมีการตอบโต้โดยฝ่ายอิหร่าน ซึ่งท่าทีของไทยห่วงสถานการณ์ดังกล่าว เพราะมีผลกระทบต่อสันติภาพความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก โดยไทยอยากให้มีการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาทางการทูตบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เเละให้ความสำคัญห่วงใยความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ในภูมิภาคและพื้นที่นั้น
ในส่วนของอิหร่าน มีคนไทยประมาณ 200 กว่าคน ทางสถานเอกอัครราชทูตไทยมีการติดต่อชุมชนชาวไทยอย่างใกล้ชิด โดยขอให้ใช้ความระมัดระวังและอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะให้มีการเตรียมพร้อมในกรณีมีคนไทยต้องการให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือในการเดินทางกลับประเทศ ซึ่งขณะนี้มีคนไทยที่แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับประมาณ 20 คน หากจะเดินทางกลับ รัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางโดยรถยนต์มายังชายแดนตุรกี ซึ่งมีศูนย์ปฏิบัติการที่ชายแดนคอยอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ นอกจากนี้ ได้มีการประสานกับกองทัพอากาศไทยเพื่อเตรียมการส่งเครื่องบินไปรับคนไทยด้วย
ในส่วนของอิสราเอล มีคนไทยอยู่ประมาณ 65,000 คน ทางกระทรวงการต่างประเทศคาดว่าสถานการณ์ตอนนี้ยังคงควบคุมได้ โดยยังไม่มีคนไทยที่ได้รับผลกระทบและแสดงความประสงค์อยากจะเดินทางกลับประเทศ ทั้งนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตไทยได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน โดยทางรัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญต่อแรงงานไทย และดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยเป็นอย่างดี
สำหรับความกังวลในพื้นที่อื่น ๆ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะดูไบและอาบูดาบี ซึ่งมีคนไทยอยู่จำนวนมาก โดยขณะนี้มีคนไทยที่จะเดินทางกลับประมาณ 1,000 กว่าคน กระทรวงการต่างประเทศประสานและอำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับทางสนามบินที่โอมาน เเละได้ประสานสถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้ติดต่อคนไทยในพื้นที่ว่าต้องการเดินทางกลับประเทศหรือไม่ รวมถึงในบาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะประสานให้เดินทางกลับผ่านเมืองที่ใกล้ที่สุด ซึ่งสนามบินยังเปิดอยู่
ด้าน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เผยถึงมาตรการรับมือสถานการณ์ภายในประเทศว่า ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติได้มอบหมายให้ฝ่ายตำรวจและหน่วยงานด้านการข่าวติดตามเฝ้าระวังสถานที่ของประเทศคู่ขัดแย้ง เอกอัครราชทูต บุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจเชื่อมโยงกับสถานการณ์ โดยยืนยันว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้วเเละจะมีการติดตามตรวจสอบบุคคลเข้า–ออกประเทศไทยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรืออาจก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย ควบคู่กับการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันในส่วนของสื่อสังคมออนไลน์ จะมีการเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อมูลที่อาจบิดเบือนหรือสร้างความแตกแยก เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม
ส่วนด้านเศรษฐกิจ เบื้องต้นได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานดูแลประเด็นด้านพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์กำกับติดตามสถานการณ์สินค้าส่งออก โดยจะมีการหารือเพิ่มเติมอีกครั้งในช่วงบ่าย ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงจะติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลต่างชาติทุกประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัย พร้อมเพิ่มความเข้มงวดบริเวณสถานเอกอัครราชทูตของประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น สหรัฐฯ อิสราเอล อิหร่าน และประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ตอนนี้ก็เเอบห่วงคนไทยในประเทศที่เกิดสงครามนะคะ เเละหวังว่าคนไทยจะกลับมาได้อย่างปลอดภัยค่ะ