เปิดศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า นำร่องอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

เปิดศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า นำร่องอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

14 กันยายน 2562 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Kuiburi’s Elephant Smart Early Warning System) ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ภาพจากอีจัน

โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวว่า การจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ ได้น้อมนำอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2542 ว่า

ภาพจากอีจัน

“ช้างควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างเพียงพอ การปฏิบัติ คือ ให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็กๆและกระจาย กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า”

กรมอุทยานแห่งชาติ จึงน้อมนำพระราชดำรัสมาใช้เป็นหลักในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ส่งผลให้ปัญหาได้คลี่คลายไประดับหนึ่งแล้ว และต่อมากรมอุทยานแห่งชาติและกลุ่มทรูฯ ได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือตามโครงการเฝ้าระวังช้างป่า ด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ซึ่งได้ตระหนักว่า พื้นที่ชายป่ารอยต่อระหว่างเขตอนุรักษ์และพื้นที่เกษตรกรรม บริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำลังเผชิญปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่า

ภาพจากอีจัน
ดังนั้น ในการจัดการปัญหาดังกล่าว จึงนำความรู้ของทั้ง 2 หน่วยงาน มาร่วมกันแก้ปัญหา โดยการใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารร่วมกับการใช้กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (camera trap) และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Smart Early Warning System) ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนแบบ real time เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังช้างป่าออกนอกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างช้างป่าและชุมชนในพื้นที่ ส่งเสริมการคุ้มครองช้างป่าในพื้นที่ และเป็นตัวอย่างการแก้ปัญหาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในพื้นที่อนุรักษ์อื่นต่อไป
ภาพจากอีจัน
ทั้งนี้ ได้ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติบริเวณพื้นที่ป่าก่อนถึงพื้นที่เกษตรกรรมของราษฎร 25 จุด เพื่อแจ้งเตือนข้อมูลผ่านศูนย์ดังกล่าว แล้วให้เจ้าหน้าที่ร่วมกันเข้าผลักดันช้างป่ากลับคืนเข้าไปในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ก่อนที่ช้างป่าจะออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของราษฎรได้ทันท่วงที ซึ่งจากการรายงานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 จนถึงปัจจุบัน รวมเวลา 10 เดือน พบกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติสามารถบันทึกภาพช้างป่า 518 ครั้ง รวม 1,826 ภาพ โดยมีพื้นที่ที่พบช้างป่าบางแห่งเกิดความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรเพียง 27 ครั้ง เท่านั้น
ภาพจากอีจัน
ด้าน นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า หากเทียบจากข้อมูลเชิงสถิติในพื้นที่เฝ้าระวังช้างป่าก่อนมีการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติในช่วงเวลาเดียวกัน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2560 ถึง สิงหาคม 2561 พบช้างป่าออกมาทำลายพืชผล ทางการเกษตรของราษฎร 628 ครั้ง และพบความเสียหายของพืชผลทางการเกษตร 217 ครั้ง แสดงให้เห็นผลสำเร็จจากการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติ แล้วส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปผลักดันช้างป่าได้ทันท่วงที ทำให้อัตราความเสียหายของพืชผลทางการเกษตรลดลงอย่างมาก เชื่อว่า โครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่าและชุมชนในพื้นที่ได้ ควบคู่กับส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในการเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองช้างป่า ซึ่งเป็นสัตว์ป่าอนุรักษ์สำคัญของประเทศไทย