ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่ร้านทองนาทวี คาดผู้ก่อเหตุมี 17-20 คน และเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่ร้านทองนาทวี คาดผู้ก่อเหตุมี 17-20 คน และเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

คืบหน้า เหตุการณ์กลุ่มคนร้ายขโมยรถตู้มาบุกปล้นร้านทองสุธาดา กลางตลาดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ไปจนเกลี้ยงร้าน ได้ทองคำภายในร้านรวมทั้งเครื่องเพชร และทองคำแท่งที่คนร้ายขโมยมีมูลค่าถึง 85,710,000 บาท โดยเป็นทองรูปพรรณน้ำหนัก 2,400 บาท แยกเป็นทองที่วางขายหน้าร้านหนัก 2,300 บาท มูลค่า 62 ล้านบาท ทองที่ลูกค้านำมาจำนำ 1,000 บาท มูลค่า 23 ล้าน แหวนเพชรสร้อยคอเพชร มูลค่า 500,000 บาท และทองคำแท่ง 5 แท่ง 101,000 บาท

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน

เบื้องต้นพบรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจอดทิ้งไว้ที่ ในป่าสวนยาง ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี ห่างจากที่ก่อเหตุประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งคิดว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะนำรถมาจอดทิ้งไว้และมีพวกนำรถมารับหนีออกไปทาง อ.เทพาหรือไม่ก็สะบ้าย้อย

ภาพจากอีจัน

จากการตรวจสอบ รถตู้คันดังกล่าวเป็นของนายรอสะลี เยาะเส็น ที่ถูกคนร้าย 3 คน ทำทีเหมารถตู้ และให้แวะไปรับเพื่อนจากนั้นคนร้ายได้จับเจ้าของมัดมือมัดเท้าและปล้นรถไป เหตุเกิดในพื้นที่บ้านควนคูหา หมู่1ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ภาพจากอีจัน

ล่าสุด พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามความคืบหน้าจัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการณ์ และได้เปิดเผย ภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ สภ.นาทวี ว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทั้งใน จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี ได้ดูพื้นที่เกิดเหตุและลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายให้น้ำหนักเชื่อมโยงว่าเกี่ยวกับคดีความมั่นคงถึง 80 เปอร์เซ็น ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็น ต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ถึงจะฟันธงและสรุปได้

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน

พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าวว่า เหตุผลที่ให้น้ำหนักเกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพราะ ดูจากพฤติกรรมในการก่อเหตุของคนร้าย เมื่อมองย้อนกลับไป เหมือนกับคดีปล้นเต๊นท์รถวังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ใน อ.นาทวี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 คือ มีการปล้นรถมาก่อน แล้วนำมาใช้ก่อเหตุ โดยคนร้ายที่ลงมือปล้นร้านทอง จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และคำให้การของพยานมีอย่างน้อย 17-20 คน

ภาพจากอีจัน

และมีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำเป็นอย่างดี ทั้งคนที่ทำหน้าที่ปล้นรถ ส่วนหนึ่งก็คุมคนขับรถเอาไว้ กลุ่มหนึ่งก็เอารถมาส่งให้กับทีมปล้นร้านทอง โดยในส่วนของทีมปล้นน่าจะมี 12 คน บางคนแต่งกายเป็นผู้หญิงแฝงตัวเป็นลูกค้ามาเคาะประตูร้านทอง เพื่อให้เปิดประตูเพราะต้องเปิดสวิชต์ จากด้านในและดันประตูเอาไว้ จากนั้นคนร้ายที่ถืออาวุธปืนสงครามก็บุกเข้าไปในร้าน

ภาพจากอีจัน

ผบช.ภาค 9 กล่าวถึงกรณีคนร้ายที่สวมชุดคล้ายทหารว่า คนร้ายไม่ได้แต่งกายด้วยชุดทหาร อาจจะมีบางคนที่สวมเสื้อลายพรางและนุ่งกางเกงยีนส์ ไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหารเหมือนกับที่ไปก่อเหตุสร้างความไม่สงบ

ภาพจากอีจัน

ผบช.ภาค 9 ย้ำว่า คดีนี้ขอเวลา 2 วันก็น่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับตัวคนร้าย เพราะต้องรอผลการตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนพยาน เนื่องจากจุดเกิดเหตุมีหลายจุด ทั้งจุดที่ปล้นรถที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จุดที่คนร้ายนัดรวมตัวรับคนขึ้นรถมาปล้น ซึ่งต้องตรวจทุกจุดอย่างละเอียด โดยเฉพาะรถตู้คันที่ใช้ก่อเหตุซึ่งได้ส่งไปตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงและร่องรอยของคนร้ายที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10

ภาพจากอีจัน

เส้นทางในการก่อเหตุของคนร้ายพบว่า ขับรถมาจากตามเส้นทางแยกดอนยาง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังก่อเหตุเสร็จก็หนี นำรถไปทิ้งไว้ในพื้นที่สวนยางหมู่ 4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี พร้อมทองที่ขโมยไป


โดยพบว่าในคดีนี้ นอกจากรถตู้ที่ปล้นมาแล้ว ยังมีรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้จำนวน 3 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1 กค 1828 ปัตตานี ซึ่งถูกขโมยมาเช่นกัน นำมาจอดทิ้งไว้บริเวณเดียวกับที่ทิ้งรถตู้ ซึ่งอาจจะขับมารับคนร้ายแต่รถเกิดเสียจึงทิ้งเอาไว้ ส่วนอีก 2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟทะเบียน 1 กค 1827 ปัตตานี และรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ขทอ 640 ปัตตานี ที่คนร้ายจี้เอาไปจากใต้ถุนบ้านเลขที่ 13/1 หมู่11 ต.นาทวี อ.นาทวี ซึ่งยังไม่พบรถทั้ง 2 คัน แต่ได้แจ้งเตือนให้เป็นรถอันตรายแล้ว

ภาพจากอีจัน

ผบช.ภาค 9 ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของรายละเอียดอื่นของคดีทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัย ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีคนในร่วมด้วยหรือไม่ หรืออดีตลูกจ้าง เพราะคนร้ายรู้ทุกอย่างภายในร้านเป็นอย่างดีและลงมืออย่างง่ายดาย ในเรื่องนี้ก็ต้องสอบสวนเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ที่เข้าข่ายต้องสงสัยมาสอบสวนทุกคน