ไม่อยากให้ฝนตก ต้องให้สาวซิงปักตะไคร้ ?

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

ไม่อยากให้ฝนตก ต้องให้สาวซิงปักตะไคร้ ?

จันเชื่อว่า หลายๆ คนคงจะคุ้นกับประโยคนี้มาก อยากให้ฝนหยุดต้อง ให้สาวซิงปักตะไคร้

แต่ก็ไม่เคยรู้สักทีว่าทำไม

วันนี้จันมีคำตอบ จากการสอบถามคนเฒ่าคนแก่ เล่าให้จันฟังว่า

ตะไคร้ การปักตะไคร้คืออะไร เป็นความเชื่อที่คนยึดถือต่อกันมายาวนานมาก จนถึงทุกวันนี้

เป็นเพราะว่าในสมัยก่อน คนไทยทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก เรื่องของฝนตก ฝนแล้ง จึงเกี่ยวข้องกับการทำมาหากิน และนำมาสู่พิธีกรรมต่างๆ

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน



ในการเรียกฝน และไล่ฝน ซึ่งมีมานานมาก และพิธีการไล่ฝนที่ยังใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แม้กระทั่งเด็กรุ่นหลังๆได้รู้กันดีนั่นก็คือ พิธีการปักตะไคร้ ซึ่งความเชื่อนี้ ยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามาจากไหน แต่พิธีกรรมโบราณหลายอย่างมักจะเป็นการกระทำที่ “ฝืนธรรมชาติ”

เพราะมีความเชื่อว่า ต้องการให้เทวดาเบื้องบนโกรธที่มนุษย์ทำผิดธรรมเนียม อย่างเช่นพิธีขอฝนด้วยการแห่นางแมว ที่นำแมวมาใส่ไว้ในกรงและสาดน้ำใส่ ทั้งที่แมวเป็นสัตว์ที่กลัวน้ำอยู่แล้ว พิธีปักตะไคร้ก็คล้ายๆ กันคือการนำปลายตะไคร้ปักลงดิน ให้โคนชี้ฟ้า แทนที่จะปักโคนตะไคร้ลงดินตามการปลูกปกติ

ภาพจากอีจัน


เมื่อเทพยดาเบื้องบนรู้เข้า ก็ไม่พอใจ สั่งฝนให้หยุดตก คล้ายๆ กับพิธีขึดของชาวล้านนา (ขึดคือความเชื่อที่เป็นข้อห้าม การกระทำในสิ่งที่เป็นอาถรรพ์ เสนียดจัญไร อัปมงคล) ส่วนที่มีความเชื่อว่าผู้ปักตะไคร้ต้องเป็นหญิงสาวพรหมจรรย์หรือสาวบริสุทธิ์ก็เพราะตามความเชื่อของคนโบราณ ผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว รักษาพรหมจรรย์จนถึงวันที่แต่งงาน บ้างก็บอกว่าการจะประกอบพิธีบวงสรวงเทวดาฟ้าดิน ก็ควรเกิดขึ้นจากหญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง

ภาพจากอีจัน
จันจึงคิดว่านี่เป็นกุศโลบายของคนไทยโบราณ ที่ต้องการให้บุตรหลานรักนวลสงวนตัว ซึ่งอันที่จริงแล้ว การปักตะไคร้ไล่ฝนในบางพื้นที่ก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นสาวพรหมจรรย์ อาจเป็นแม่หม้ายก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมพื้นถิ่น แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าความเชื่อเหล่านั้นจะพิสูจน์ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเเต่ละบุคคล อันนี้จันว่า ห้ามกันไม่ได้
ภาพจากอีจัน