กองปราบรวบ 2 ผัว-เมีย หลอกตุ๋นเงินคนแก่ อ้างเป็นคนรู้จักคนในครอบครัว

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

กองปราบรวบ 2 ผัว-เมีย หลอกตุ๋นเงินคนแก่ อ้างเป็นคนรู้จักคนในครอบครัว

         ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายสนอง ไวเชิงค้า อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถานโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน

          การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก วันที่ 24 ก.ค. 62 น.ส.ธวัลกร แคฝอย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ได้ก่อเหตุหลอกลวง ชาวบ้าน โดยเหยื่อเป็นคนสูงอายุ ซึ่งผู้ต้องหาได้หลอกบอกว่ารู้จักกับลูก หรือคนในบ้านของเหยื่อ จากนั้นผู้ต้องหา หลอกให้เหยื่อออกไปนอกบ้าน พอได้โอกาสก็เข้าไปขโมยทรัพย์สิน ภายหลังการจับกุมตัว น.ส.ธวัลกร เกิดความเครียด และพยายามฆ่าตัวตายในห้องขัง โดยใช้ชุดชั้นในผูกคอตัวเอง แต่ไม่สำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือได้ทันเวลา

ภาพจากอีจัน

         ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ทำการสืบสวนขยายผล ทราบว่า น.ส.ธวัลกร ไม่ได้ก่อเหตุเพียงคนเดียว จึงขอหมายค้นต่อศาล เพื่อทำการตรวจค้นบ้านของ น.ส.ธวัลกร พบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับการกระทำความผิด หลายรายการ จากนั้นได้ออกหมายจับ ผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสนอง ไวเชิงค้า ซึ่งเป็นสามี และถูกจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
         ลักษณะการก่อเหตุ ผู้ต้องหาร่วมกันขับรถกระบะ โดยนำ รถจยย.ขึ้นบนท้ายรถ ขับตระเวนไปในพื้นที่ภาคอีสาน เมื่อเจอแหล่งชุมชน ผู้ต้องหาจะนำรถจักรยานยนต์ลงมา และ น.ส.ธวัลกร จะขับรถจยย.เข้าไปก่อเหตุ ส่วนนายสนอง จะนั่งรออยู่ในรถยนต์ คอยสังเกตการณ์ เมื่อก่อเหตุเสร็จแล้ว ผู้ต้องหาก็จะขับรถกระบะ ตระเวนก่อเหตุไปเรื่อยๆ เมื่อได้เงินมาก็จะนำเงินมาใช้จ่ายร่วมกัน          โดยการกระทำแบบนี้ ผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน และมีการวางแผนในการก่อเหตุกันเป็นขั้นตอน ซึ่งเป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ อาจนำไปสู่ความผิดฐานการฟอกเงิน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. จะทำการสืบสวนขยายผลติดตาม เพื่อนำเงินและทรัพย์สินมาคืนผู้เสียหายต่อไป โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม กองปราบปราม จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน อย่าได้หลงเชื่อกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ ที่แอบอ้างตนเป็นญาติ หรือเป็นเพื่อนของคนในบ้าน จะแสดงความสนิทสนมและขอเข้าบ้าน เพื่อแอบขโมยทรัพย์สินเงินทอง