อนุทิน ย้ำ ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐพกอาวุธปืนเด็ดขาด
พอลลี่ อีจัน
18 กุมภาพันธ์ 2569

นายกฯ สั่งยกระดับงานด้านข่าว–เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุร้าย
จวกอย่าให้โจรใต้เย้ยทุกเทศกาล
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 69 เวลา 16.50 น. ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมเสนาณรงค์ อาคารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์


นายกรัฐมนตรี เผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคง โดยเฉพาะเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจต่อสังคม เนื่องจากสถานศึกษาควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย รัฐบาลขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมกำชับให้ทุกภาคส่วนทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ทั้งนี้ ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งปราบปรามเหตุร้ายอย่างเด็ดขาด หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดและเผาปั๊มน้ำมันหลายจุดใน 3 จังหวัดชายเเดนภาคใต้ ซึ่งสร้างความกังวลแก่ประชาชน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคง ได้แก่ กองทัพ ตำรวจ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ยกระดับประสิทธิภาพด้านการข่าวและการป้องกันเหตุ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรอย่างเต็มที่ เพราะเหตุการณ์ความรุนแรงส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการพัฒนาพื้นที่ จึงมอบหมายให้ใช้ทั้งมาตรการด้านความมั่นคงและการสื่อสารในระดับนานาชาติควบคู่กัน โดยย้ำให้ความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนเป็นตัวชี้วัดสำคัญ หากประชาชนยังรู้สึกไม่มั่นใจ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน






จากนั้นเวลา 18.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า ที่ประชุม หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งพบว่าต้นตอของปัญหาสำคัญมาจากแหล่งเดียวกัน คือปัญหายาเสพติด ความรุนแรง และการก่อความไม่สงบ จึงได้สั่งการให้เน้นย้ำเรื่องงานข่าว และเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมาตรการป้องกันบริเวณชายแดน ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการเรื่องการสร้างรั้วชายแดนเพิ่มเติมในจุดที่จำเป็น โดยถอดแบบความสำเร็จจากกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา มาปรับใช้ในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมมอบหมายให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินการศึกษาพื้นที่เป้าหมายเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนของผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังได้หารือร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอความร่วมมือในการไม่ให้ที่พักพิงหรือสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งมักจะหลบหนีข้ามพรมแดนหลังก่อเหตุ
สำหรับมาตรการควบคุมอาวุธปืน ยืนยันว่าไม่อนุมัติให้มีการต่อใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน รวมถึงใบอนุญาตทะเบียนปืนใหม่แก่บุคคลทั่วไป ดังนั้นในขณะนี้ หากบุคคลใดที่พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ ทหาร หรือเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จะถือว่าเป็น “ปืนเถื่อน” และมีความผิดตามกฎหมายทันที โดยได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดและถึงที่สุด ทั้งนี้ความจำเป็นในการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดว่า ตนไม่ยอมให้มีการ “แลกคนดีกับคนชั่ว” โดยเฉพาะกรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับบุคลากรทางการศึกษา เช่น การทำร้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และเป็นภัยคุกคามที่รุนแรง รัฐบาลจึงจำเป็นต้องตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างเต็มที่
สำหรับคนธรรมดาทั่วไป ไม่อนุญาติให้พกปืนนะคะ ไม่งั้นอาจโดนโทษหนักได้ค่ะ