หนุ่มเข่าทรุด! เรียนจริงได้วุฒิปลอม ปมบรรจุราชการได้ แต่ไร้ชื่อเรียนจบ

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

15 สิงหาคม 2567

หนุ่มเข่าทรุด! เรียนจริงได้วุฒิปลอม ปมบรรจุราชการได้ แต่ไร้ชื่อเรียนจบ

อ้าวเฮ้ย!!! สุดท้ายเป็นวุฒิปลอม 

คืบหน้ากรณีที่นายสายชล อายุ 34 ชาว ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ปัจจุบันรับราชการในตำแหน่งนายช่างตรวจสภาพรถ ที่กรมการขนส่งทางบก ได้เดินทางมาที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาที่ วิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใน จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากนายสายชลได้เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปี 2557 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกลสาขางาน เทคนิคยานยนต์ ของวิทยาลัยดังกล่าว ที่ศูนย์รังสิต ตั้งแต่ปี 2560 และจบการศึกษาปี 30 มี.ค. 2562 และใช้วุฒินิการศึกษา ยื่นประกอบเอกสารการเข้าบรรจุรับราชการที่กรมการขนส่งทางบก 

ซึ่งกรมการขนส่งได้ส่งประวุฒิการศึกษาตรวยจสอบที่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ แต่ไม่พบชื่อของนายสายชล กรมการขนส่งทางบกจึงให้นายสายชล ทำการตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัย ซึ่งได้คำตอบว่า รายชื่อตกหล่น ขณะส่งให้กระทรวงศึกษา จะประสานกับทางผู้อำนวยการและผู้รับใบอนุญาตวิทยาลัย ที่จังหวัดขอนแก่น และขอให้นายสายชล ลงทะเบียนเรียนใหม่ เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้น วิทยาลัยจะเสื่อมเสียชื่อเสียง นายสายชลจึงเดินทางมาจังหวัดขอนแก่น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง 

ล่าสุดวันนี้ 15 ส.ค.67 เมื่อเวลา 09.00 น. นายสายชล พร้อมญาติได้เดินทางไปที่วิทยาลัยดังกล่าว เพื่อพบกับ ดร.อิทธิ ผู้รับใบอนุญาตวิทยาลัย โดยได้ยื่นเอกสารที่เป็นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่ได้รับจากคณะผู้บริหารที่ศูนย์รังสิต ใบเสร็จรับเงิน ที่ออกโดยศูนย์การศึกษาศูนย์รังสิต ให้กับ ดร.อิทธิ ทำการตรวจสอบ  

ซึ่งทันทีที่ ดร.อิทธิ ทำการตรวจสอบนั้น ยืนยันว่า ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่นายสายชล ได้รับจากคณะผู้บริหารที่ศูนย์รังสิตนั้นเป็นของปลอม มีการปลอมแปลงขึ้นมา โดยมีจุดสังเกตุที่ชัดเจนคือ แผ่นกระดาษไม่โลโก้สัญลักษณ์ปรากฏ ตรายางที่เป็นรอยประทับก็ไม่ใช่ของวิทยาลัย ลายเซ็นของตนก็ไม่ใช่ 

ทั้งนี้ ดร.อิทธิ ยังได้สายตรงถึงอาจารย์ท่านหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับศูนย์รังสิต ที่ทางนายสายชลยืนยันว่า เป็นคนให้ข้อมูลว่าเอกสารทุกอย่างเป็นของจริง ที่ผู้บริหารและผู้รับใบอนุญาตวิทยาลัยดังกล่าว ออกให้กับนักเรียนรุ่นเดียวกัน จำนวน 30 คน ซึ่งจากการพูดคุยทางโทรศัพท์ อาจารย์ท่านดังกล่าวยืนยันว่า มีการพูดคุยกับผู้อำนวยการวิทยาลัยในการที่เปิดศูนย์รับสมัครและสอนนักเรียนที่ศูนย์รังษิต จึงทำการสอนจนนักเรียนจบหลักสูตร  

ทางดร.อิทธิ จึงตอบกลับว่า วิทยาลัยดังกล่าว ไม่เคยทำข้อตกลงหรือทำเอ็มโอยู เปิดศูนย์เพื่อรับสมัครและทำการสอนที่ใดเพิ่ม ฉะนั้น ในเรื่องของนายสายชล จึงเป็นการหลอกลวงประชาชน 

ดร.อิทธิ ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ได้ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดแล้ว เป็นของปลอมทั้งหมด บิลเงินสดที่ผู้รับเงินออกให้นักเรียนที่จ่ายเงินค่าเทอมก็เป็นบิลเงินสดที่ซื้อเล่มตามท้องตลาด ไม่ใช่ใบเสร็จของวิทยาลัย เบื้องต้น ได้รับเรื่องของนายสายชล เรียบร้อยแล้ว และจะทำเรื่องให้ผู้อำนวยการวิทยาลัย ลงนามในหนังสือ ว่า เรื่องที่นายสายชลมาตรวจสอบเรื่องวุฒิการศึกษานั้น ทางวิทยาลัย ขอยืนยันว่าตรวจสอบแล้วในรายชื่อของนักเรียน ไม่มีรายชื่อนายสายชล และวุฒิการศึกษาที่นายสายชลได้รับจากผู้บริหารศูนย์รังสิต เป็นของปลอมทั้งหมด เมื่อหนังสือเรียบร้อยจะดำเนินการจัดส่งให้นายสายชลโดยเร็ว ซึ่งโดยส่วนตัวก็กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่แอบอ้างชื่อวิทยาลัยและปลอมแปลงลายเซ็นและปลอมเอกสารทั้งหมดหรือไม่ 

โดย ดร.อิทธิ ย้ำว่า วิทยาลัยอาชีวะไม่ว่าเอกชนหรือของรัฐฯ ที่สอนระดับปวช ปวส. หรือต่ำกว่าระดับปริญญาตรีนั้น ตามพระราชบัญญัติการศึกษาไม่มีการอนุญาตให้ตั้งศูนย์ หรือให้มีการเรียนการสอนนอกสถานที่ การจะมีศูนย์ได้ คือ ระดับอุดมศึกษาขึ้นไปเท่านั้น ส่วนกรณีที่มีการเปิดศูนย์ที่รังสิตโดยอ้างชื่อวิทยาลัยของตนนั้น ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ มีความผิด และกรณีของนายสายช ลที่เข้าเรียนปี 60 จบปี 63 นั้น ก็คงต้องย้อนกลับไปดูว่านายสายชล มีจุดเริ่มต้นจากที่ใดก็ให้ไปเอาคืนกับทางนั้น ซึ่งทางวิทยาลัยไม่รู้เรื่อง เพราะเขาแอบอ้างเอาชื่อไปเฉยๆ เงินทุกบาท ค่าเดินทางไปเรียน หรือความเสียหายอันเกิดจากการเรียนต่างๆ ก็ต้องคิดเป็นจำนวนเงินออกมา แล้วไปไล่เอากับศูนย์นั้น ซึ่งกรณีการถูกแอบอ้างชื่อ ในการไปสร้างความเสื่อมเสียของวิทยาลัยนั้น ตนเคยไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่แล้วหลายครั้ง ว่ามีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไว้ ซึ่งถ้ามีเหตุต่อไป ตนเองจะเอาผิด เพราะมันไม่ใช่เฉพาะตรงส่วนกรณี นายสายชล ที่มีการเข้าศึกษาที่ศูนย์ดังกล่าว ช่วงปี 60 จบปี 63 พร้อมมีเพื่อนร่วมรุ่นทั้งสิ้นรวม 30 คน ตนเองเชื่อได้ว่าทุกคนได้รับประกาศนียบัตรและวุฒิปลอม โดยมีการปลอมแปลงเอกสารทุกอย่าง ทั้งลายเซ็นปลอม  

ขณะที่นายสายชล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังทราบคำตอบจากดร.อิทธิ ว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะตั้งใจเรียนที่ศูนย์รังสิตมา 2 ปี เพื่อจะนำประกาศนียบัตรไปประกอบการสมัครเข้ารับราชการที่กรมการขนส่งทางบก จนได้บรรจุเมื่อเดือน เม.ย. 2567 ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ อนาคตดับ การจะเลี้ยงดูพ่อแม่และครอบครัวก็ล้มไปด้วย เพราะเชื่อว่ากรมการขนส่งทางบกน่าจะให้ออกจากงานที่ทำอยู่ อยากถามนางก้อย ผู้บริหารศูนย์การศึกษาศูนย์รังสิต ว่า นางก้อยกับพวกอาจารย์ และบุคลากรทุกคน ใครจะมารับผิดชอบชีวิตตน เพราะทุกอย่างมันพังมันล้มหมดแล้ว งานก็ไม่มีทำ 

นายสายชล ยังกล่าวอีกว่า ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับอาจารย์บางคน ที่เป็นอาจารย์ที่สอนในศูนย์รังสิต ซึ่งอาจารย์รายดังกล่าว ยืนยันว่า อาจารย์มาสอนที่ศูนย์รังสิต เพราะนางก้อยชักชวนมา ว่าวิทยาลัย เช่าสถานที่เปิดเป็นศูนย์สอนนักเรียน จึงได้มาสอนนักเรียน จนจบหลักสูตร และพบว่าการเก็บเงินค่าเทอมจากนักเรียนที่เรียนในปี 2560-2562 นั้น ได้มีการโอนให้ผู้บริหารเป็นก้อน ครั้งละหลักแสนบาท อาจารย์ยังบอกอีกว่า ผู้บริหารศูนย์ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า โอนเงินให้ใคร เมื่อตนทราบรายละเอียดเช่นนี้ ก็จะให้ญาติพาเข้าปรึกษากับอัยการคุ้มครองสิทธิ์ เพื่อหาทางออกในการเอาผิดกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้เกิดวุฒิการศึกษาปลอม และทำลายชื่อเสียง ทำลายอนาคตของตน และตนขอยืนยันว่าจะเอาผิดกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง 

ในเวลาต่อมา นายสายชล พร้อมญาติ ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ แผงตัน สว.(สอบสวน) สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ไว้เป็นหลักฐาน และพนักงานสอบสวนเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวน่าจะเข้าข่ายความผิดฉ้อโกง แต่สถานที่เกิดเหตุอยู่ในเขต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงได้แนะนำนายสายชล ไปแจ้งความร้องทุกข์ในเขตท้องที่ที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีกับบุคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด