น้ำมันหมดโควตา! “กรวีร์” จี้ ก.พลังงาน แก้วิกฤตการจัดการ–ความเชื่อมั่น 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

23 มีนาคม 2569

น้ำมันหมดโควตา! “กรวีร์” จี้ ก.พลังงาน แก้วิกฤตการจัดการ–ความเชื่อมั่น 

จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ ส่งผลให้ประชาชนคนไทย หวั่นน้ำมันไม่เพียงพอ แห่นำรถมาเติมน้ำมันและเอาถังน้ำมัน แกลลอนน้ำมัน มาเติมไปกักตุนกันจำนวนมาก จนหลายปั๊มน้ำมันหมด หลายปั๊มต้องประกาศงดเติมน้ำมันใส่แกลลอนหรือภาชนะบรรจุทุกประเภทชั่วคราว 

วานนี้ (22 มี.ค.69) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ระบุว่า… 

ในวันที่ “โควต้าน้ำมัน” หมดก่อนเวลา อย่าปล่อยให้ความหวังเหือดแห้งพร้อมกับน้ำมัน 

 ผมมีโอกาสลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการเจ้าของปั๊มน้ำมัน และได้รับรู้ถึงความกังวลที่สะท้อนผ่านตัวเลขโควต้ายอดขายต่อเดือน (120,000 ลิตร/เดือน) 

 ตัวเลขนี้คือปริมาณที่เคย “เพียงพอ” ในสถานการณ์ปกติ แต่ในความเป็นจริงวันนี้ น้ำมันหยดสุดท้ายถูกจำหน่ายหมดไปตั้งแต่หลายวันที่ผ่านมา ในขณะที่กำหนดการส่งรอบใหม่คือวันที่ 1 เมษายน 

 คำถามที่น่ากังวลสำหรับเจ้าของปั๊ม คือ แล้วอีก 10 วันที่เหลือนี้ เขาจะเอาน้ำมันที่ไหนมาบริการประชาชน? 

และคำถามที่น่ากังวลกว่าสำหรับประชาชนคือเขาจะเอาน้ำมันที่ไหนมาเติม? 

 ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นเป็นโจทย์ใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้ เมื่อหน้าปั๊มไม่อาจปฏิเสธการขาย แต่คลังน้ำมันกลับไม่มีของส่งเพิ่ม สิ่งที่ตามมาคือความเดือดร้อนที่ลามไปถึงการใช้ชีวิตและการทำมาหากินของทุกคน 

ปลดล็อกวิกฤต ด้วย “การจัดการ” และ “ความเชื่อมั่น” 

 นี่คือภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานต้องรีบแก้ปัญหาก่อนจะลุกลามบานปลายมากกว่านี้ 

 เติมน้ำมันเข้าระบบ: ผลักดันมาตรการจัดสรรน้ำมันสำรองเข้ามาเสริมโดยเร็วที่สุด ทำให้คนสัมผัสได้จริงว่าน้ำมันเพียงพอจริงๆ 

 กระจายให้ทั่วถึง: วางระบบการจัดส่งที่ทั่วถึง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันถึงมือประชาชนให้มากที่สุด  

 หยุดการกักตุน: ควบคุมและตรวจสอบจุดเสี่ยง เพื่อไม่ให้ใครฉวยโอกาสบนความเดือดร้อนของประชาชน จัดทีมตรวจสอบทั้งต้นทาง ระหว่างทางว่ามีใครฉวยโอกาสหรือไม่ แล้วถ้ามีต้องลงโทษให้สังคมได้รับทราบ  

 แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ปริมาณน้ำมันและน่าจะสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือ “ความเชื่อมั่น” 

 ในยามวิกฤต ข้อมูลที่ชัดเจนและจริงใจคือยาดีที่สุดที่จะช่วยคลายความกังวลให้ประชาชน ต้องทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า “ทางออกมีอยู่จริง” ต้องทำให้เห็นว่าน้ำมันเพียงพอจริงๆ แบบสัมผัสได้  

อย่าลืมว่า “วิกฤตความเชื่อมั่น” แก้ยากกว่า “วิกฤตน้ำมัน” หลายเท่าตัว 

เชื่อว่าประชุมสภาวันพุธนี้ ทุกพรรคการเมืองจะหยิบยกเรื่องนี้มาประชุมในสภาผู้แทนฯแน่นอน” 

แล้วลูกเพจล่ะคะ มีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้?