อัยการสั่งฟ้อง “ทนายตั้ม-ภรรยาและพวก” ปมคดีเจ๊อ้อย ฐานฉ้อโกง-ฟอกเงิน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

30 มกราคม 2568

อัยการสั่งฟ้อง “ทนายตั้ม-ภรรยาและพวก” ปมคดีเจ๊อ้อย ฐานฉ้อโกง-ฟอกเงิน

วันนี้ (30 ม.ค.68) นายกุญช์ฐาน์ ทัดทูน รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม จำนวน 2 สำนวน เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมานั้น บัดนี้ ได้พิจารณาสำนวนดังกล่าว และมีคำสั่ง ดังนี้ 

สำนวนคดีที่ 1 คดีระหว่าง นางสาวจตุพร อุบลเลิศ (ผู้กล่าวหาที่ 1) , พ.ต.ต.สันติชัย ศรีสวัสดิ์ (ผู้กล่าวหาที่ 2) กับ นายษิทรา ผู้ต้องหาที่ 1 , นางสาวปิณฑิรา ผู้ต้องหาที่ 2

โดยพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง นายษิทรา (ผู้ต้องหาที่ 1) ฐานฉ้อโกง , ร่วมกันฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน

สั่งฟ้อง นางสาวปิณฑิรา (ผู้ต้องหาที่ 2) ฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน

สำนวนคดีที่ 2 คดีระหว่าง นางสาวจตุพร อุบลเลิศ กับพวกรวม 4 คน (ผู้กล่าวหา) กับ นายษิทรา ผู้ต้องหาที่ 1 , นางปทิตตา ผู้ต้องหาที่ 2 , นายนุวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 3 , นางสาวสารินี ผู้ต้องหาที่ 4 , นางสาวปิณฑิรา ผู้ต้องหาที่ 5 , นางสาวแก้วสวรรค์  ผู้ต้องหาที่ 6 และนางสาวมนันพัทธ์ ผู้ต้องหาที่ 7 โดยพนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งดังนี้ 

1. สั่งฟ้อง นายษิทรา (ผู้ต้องหาที่ 1) ฐานฉ้อโกง (กรณีหลอกให้ลงทุนทำแอปพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์) ฉ้อโกง โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม (กรณีหลอกลวงเพื่อให้ได้รับค่าส่วนต่างในการซื้อรถยนต์) ร่วมกันฉ้อโกง, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน

2. สั่งฟ้อง นางปทิตตา (ผู้ต้องหาที่ 2) และ นางสาวปิณฑิรา (ผู้ต้องหาที่ 5) ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน , ร่วมกันฟอกเงิน

3. สั่งฟ้อง นายนุวัฒน์ (ผู้ต้องหาที่ 3) และนางสาวสารินี (ผู้ต้องหาที่ 4) ฐานร่วมกันฉ้อโกง นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ , ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย  

4. สั่งฟ้อง นางสาวแก้วสวรรค์ (ผู้ต้องหาที่ 6) และนางสาวมนันพัทธ์ (ผู้ต้องหาที่ 7) ฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ

5. ขอศาลสั่งให้ นายษิทรา (ผู้ต้องหาที่ 1) คืนหรือชดใช้เงิน จำนวน 72,597,764.70 บาท แก่ผู้เสียหาย (กรณีหลอกให้ลงทุนทำแอปพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์ และกรณีหลอกลวงเพื่อให้ได้รับค่าส่วนต่างในการซื้อรถยนต์) และขอศาลสั่งให้ นายษิทรา (ผู้ต้องหาที่ 1) , นายนุวัฒน์ (ผู้ต้องหาที่ 3) และนางสาวสารินี (ผู้ต้องหาที่ 4) ร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินอีก จำนวน 39,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย (กรณีร่วมกันหลอกลวงว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลถูกระงับ)

ขณะเดียวกันวันนี้ นางสาวแก้วสวรรค์ (ผู้ต้องหาที่ 6) และนางสาวมนันพัทธ์ (ผู้ต้องหาที่ 7) พร้อมทนาย ได้เดินทางมาฟังคำสั่งทางพนักงานอัยการคดีพิเศษ นำตัวไปฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา

ในส่วนผู้ต้องหารายอื่นอยู่ในอำนาจคุมตัวของศาล เมื่อทางศาลอาญาได้รับคำฟ้องก็จะมีหมายเรียกหรือเบิกตัวจำเลยมาอ่านคำฟ้องอัยการโจทก์ให้ทราบเเละสอบคำให้การต่อไป 


มิตรภาพ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด