หมอ ยกเคสสาวรถล้มดับคาโรงพัก มาเตือน ลั่น อาการเเบบนี้เเค่เมา หรือ ช้ำใน?

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

16 มีนาคม 2569

หมอ ยกเคสสาวรถล้มดับคาโรงพัก มาเตือน ลั่น อาการเเบบนี้เเค่เมา หรือ ช้ำใน?

จากเหตุสาวตายคาโรงพัก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจว่าที่ประสบเหตุรถล้มเป็นเพราะเมา?  

ต้องบอกว่าเรื่องราวนี้กลายเป็นกระเเสที่คิดวิตกอย่างมากค่ะ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2568 ที่ผ่านมา แม่ พี่สาว และแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ในคืนที่เกิดอุบัติเหตุนั้น ผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากที่ทำงานย่านสุขุมวิท ก่อนช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เกิดฝนตกมีน้ำขังในถนนย่าลาดพร้าว ทำให้จักรยานยนต์ลื่นไถล คนขับใบหน้าและลำตัวกระแทกพื้นจนบวมช้ำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาถึงที่เกิดเหตุ และประเมินสถานการณ์เบื้องต้นในตอนนั้น แจ้งว่าไม่พบบาดแผลภายนอกที่รุนแรง และได้กลิ่นแอลกอฮอลล์ จึงสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตล้มเนื่องจากมึนเมาสุรา จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจในสภาพหิ้วปีกเมื่อเวลาประมาณ 03.02 น. โดยไม่ได้นำส่งโรงพยาบาลแต่อย่างใด 

หลังจากไปถึงที่ สน. ผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนพื้นโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นถึงอาการบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเวลาประมาณ 04.58 น. ผู้เสียชีวิตเริ่มมีอาการชัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเพื่อเข้าตรวจสอบ แต่ไม่ทันการณ์ ผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตลงภายในสถานีตำรวจ  

ซึ่งก็มีกระเเสตอบกลับว่า ก็รู้ว่าเขาประสบอบัติเหตุ ทำไมถึงไม่นำตัวส่งโรงพยาบาลเเต่กลับส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเเทน? ในขณะเดียวกันเรื่องนี้ก็ถูกพูดถึงอย่างมากเเละด้านญาติเองก็ได้ร้องเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาว  

วันนี้อีจันเองก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ในขณะเดียวกัน หมอหมู วีระศักดิ์ ก็ได้ออกมาพูดถึงเพิ่มเติมเกี่ยวกบเรื่องนี้ว่า…กลิ่นเหล้าทำให้คนตายได้จริงเหรอ? พร้อมได้ยกตัวอย่างเคสน่าเศร้าของหญิงสาวรายดังกล่าวที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม เเล้วเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ **ได้กลิ่นสุรา** จึงคิดว่าเธอ “เมาแล้วล้ม” สุดท้ายเธอถูกนำไปที่สถานีตำรวจไม่ใช่โรงพยาบาล หลายชั่วโมงต่อมาเธอ ชัก หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด 

โดยผลชันสูตรภายหลังพบว่า ปอดฉีกขาด ร่วมกับ ซี่โครงหักหลายซี่ และ เลือดออกในช่องอก ตับฉีกขาด ร่วมกับ เลือดออกในช่องท้อง 

คำถามที่คนจำนวนมากสงสัยคือ“กลิ่นเหล้าทำให้คนตายได้จริงหรือ?” คำตอบคือ ไม่ใช่กลิ่นเหล้าที่ทำให้ตาย แต่บางครั้งความเชื่อว่าคนเมาอาจทำให้คนตายได้ 

ในทางการแพทย์มีคำหนึ่งเรียกว่า Diagnostic Overshadowing แปลตรงตัวคือ การที่ข้อมูลบางอย่าง “บดบังการวินิจฉัย”  ตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดคือ **กลิ่นสุรา**  เมื่อเจ้าหน้าที่ได้กลิ่นเหล้า สมองจะสรุปทันทีว่า “คนนี้เมา” 

หลังจากนั้นอาการอื่น ๆ เช่นพูดไม่ชัด เดินเซ  ซึม  สับสน จึงถูกตีความว่า **เป็นอาการของคนเมา** ทั้งที่ความจริงอาจเป็น  สมองกระทบกระเทือน  เลือดออกในช่องท้อง  เลือดออกในช่องอก  ภาวะช็อกจากการเสียเลือด 

ซึ่งต้องบอกว่า คนเราประสบอุบัติเหตุไม่ใช่ว่าจะไม่เจ็บภายใน เช่น ตับฉีก  ม้ามฉีก  ปอดฉีก  เลือดออกในช่องท้อง เเละอาการช่วงแรกอาจเป็นเพียง ซึม พูดช้า เหนื่อย แล้วค่อย ๆ ทรุดลงภายหลัง ในวงการแพทย์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Talk and Die Syndrome” คือ คนไข้ยังพูดคุยได้ในช่วงแรก แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา 

กลิ่นสุราไม่ได้แปลว่าเมาความจริงอีกอย่างที่ต้องรู้คือ **กลิ่นสุรา ≠ เมา** กลิ่นเหล้าบอกได้เพียงว่า มีแอลกอฮอล์ในลมหายใจ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า  เมามั้ย? หรือเมาระดับไหน? การยืนยันต้องใช้ **การตรวจเลือด** 

เเละอีกอย่างก็คือ หลักการสำคัญของอุบัติเหตุฉุกเฉินในผู้ป่วยอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเมาหรือไม่ หลักการคือ ต้องส่งโรงพยาบาลก่อนเสมอ เพราะแพทย์ต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์   อัลตราซาวด์  CT scan เพื่อค้นหาการบาดเจ็บภายใน บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้ ในฐานะแพทย์นิติเวช ผมอยากฝากข้อคิดหนึ่งกับสังคม คำว่า “เมา” ไม่ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้เรา **ลดความสำคัญของชีวิตคน** 

ผู้ป่วยที่ซึม หมดสติ หรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ควรถูกมองว่า อาจกำลังอยู่ในภาวะอันตรายถึงชีวิต จนกว่าแพทย์จะพิสูจน์ว่าไม่ใช่ 

เพราะบางครั้ง สิ่งที่ฆ่xคน ไม่ใช่แอลกอฮอล์ แต่เป็น **การมองข้ามอาการบาดเจ็บที่แท้จริง** ก็อย่างที่บอกค่ะ บางอย่างเราก็ตัดสินด้วยความรู้สึกตัวเองไม่ได้ เเละที่สำคัญก็คือ คนประสบอุบัติเหตุต้องส่งโรงพยาบาลไม่ใช่โรงพักค่ะ  

ที่มา: เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/185tBBbHpJ/