เปิดเส้นทางชีวิต “สาธิต รังคสิริ” จากดาวรุ่งสรรพากร สู่คำพิพากษาทองคำ 1.5 พันล้าน

ต่อ อีจัน

ต่อ อีจัน

28 กุมภาพันธ์ 2569

เปิดเส้นทางชีวิต “สาธิต รังคสิริ” จากดาวรุ่งสรรพากร สู่คำพิพากษาทองคำ 1.5 พันล้าน

ชื่อของ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

หลังสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการส่งมอบทองคำแท่งของกลาง น้ำหนักรวมประมาณ 20,976 บาท มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ให้กระทรวงการคลัง เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2567

การส่งมอบมีขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 โดยผู้แทน ป.ป.ช. ส่งมอบให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินอย่างเด็ดขาด

นี่ไม่ใช่แค่ข่าวการส่งมอบทองคำ
แต่มันคือบทสรุปของคดีใหญ่ ที่เคยสะเทือนวงการราชการไทย

ย้อนกลับไปวันที่ 28 ต.ค. 2559 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสาธิต ในคดีร่ำรวยผิดปกติ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร

ตรวจพบการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อตนเองกับบริษัทเอกชนรวม 15 รายการ

ป.ป.ช. เห็นว่า มูลค่าทรัพย์สินสูงผิดปกติ และไม่สอดคล้องกับรายได้ตามปกติ
เข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ

และในเวลาต่อมา ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ทองคำทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน

จากดาวรุ่ง สู่จุดพลิกผัน

เส้นทางชีวิตราชการของสาธิต เคยถูกมองว่าสดใส

จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2520
ต่อยอดปริญญาโท Master of Arts (Economics) จาก Atlanta University สหรัฐอเมริกา ปี 2527

เริ่มต้นรับราชการตำแหน่งนักวิชาการ 3 ที่กรมสรรพากร
มีบทบาทสำคัญในการศึกษาแนวทางปฏิรูประบบภาษี จากภาษีการค้ามาเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ถือเป็นหนึ่งในทีมงานสำคัญของการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของประเทศ

ชื่อของเขา เคยถูกมองว่าเป็น “ข้าราชการดาวรุ่ง” ของกระทรวงการคลัง

กระทั้งปี 2556 มีจดหมายร้องเรียนเรื่องการเอื้อประโยชน์กลุ่มผู้ส่งออกเศษเหล็ก ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสูงผิดปกติ

แม้ช่วงแรกยังไม่ปรากฏชื่อเกี่ยวข้องโดยตรง
แต่เหตุการณ์เริ่มขยายผล

15 พ.ค. 2558 ขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งพักราชการนายสาธิต

ต่อมา ป.ป.ช. ตรวจพบทรัพย์สินเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ
และมีคำสั่งอายัดทองคำมูลค่ากว่า 179 ล้านบาท

16 ก.พ. 2559 มีประกาศราชกิจจานุเบกษา
ให้พ้นจากตำแหน่งย้อนหลังตั้งแต่ 12 ม.ค. 2559

สู่บทพิพากษา 19 สิงหาคม 2564
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ในคดีทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่ม สร้างความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท

ต่อมา ปี 2567
ศาลฎีกามีคำสั่งให้ทองคำหนักประมาณ 20,976 บาท
มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน

และล่าสุด ปี 2569
ป.ป.ช. ได้ส่งมอบทองคำดังกล่าวให้กระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการ

คดีของอดีตอธิบดีกรมสรรพากรรายนี้
กลายเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำคัญของการตรวจสอบทรัพย์สินเจ้าหน้าที่รัฐ

จากเส้นทางราชการที่เคยรุ่งโรจน์
สู่จุดจบในชั้นศาล

ทองคำเกือบ 2 หมื่นบาท
วันนี้…ไม่ใช่ของใครคนหนึ่งอีกต่อไป

แต่ตกเป็นของแผ่นดิน ตามคำพิพากษาศาล

และถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์คดีสำคัญของราชการไทย