ก.คลัง ชงเรื่องเคลียร์หนี้บัตรหมด ปลดแบล็กลิสต์เครดิตบูโรทันที

กราฟฟิก

กราฟฟิก

21 ตุลาคม 2565

ก.คลัง ชงเรื่องเคลียร์หนี้บัตรหมด ปลดแบล็กลิสต์เครดิตบูโรทันที

กำลังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก ของผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิต หลังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้หารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ต.ค.65 เกี่ยวกับข้อเสนอของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ที่อยากให้สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นอนแบงก์) เช่น ธุรกิจลีสซิ่ง เช่าซื้อ รวมไปถึงนาโนไฟแนนซ์ และฟิโกไฟแนนซ์ เป็นต้น สามารถเข้าไปเป็นสมาชิกที่จะส่งข้อมูลให้เครดิตบูโรได้ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการประเมินสินเชื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น

ที่สำคัญ คนที่ติดแบล็กลิสต์(บัญชีดำ)เครดิต มีเงื่อนไขว่า ผู้ที่เป็นหนี้เสียขาดการชำระหนี้เกิน 3 เดือน จะถูกขึ้นบัญชีดำถึง 2 ปี ทำให้ไม่สามารถไปขอกู้ในระบบได้ ซึ่งเรื่องนี้ที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนถึงกรณีการถูกขึ้นบัญชีดำมาที่กระทรวงการคลัง มากกว่า 1 ล้านราย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า แม้จะมีการจ่ายหนี้ครบแล้ว ก็ยังจะไม่ถูกปลดจากบัญชีดำ และยังมีชื่อค้างอยู่ในระบบ ทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่เคยเป็นหนี้เสียจะไม่สามารถไปกู้เงินในระบบได้เลย และจำเป็นที่จะต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ ซึ่งมีดอกเบี้ยสูง

ดังนั้นขั้นตอนต่อจากนี้ กระทรวงการคลัง จะมีการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเดินหน้าแก้ระเบียบกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากเรื่องกฎหมายเครดิตบูโรจะต้องมีการแก้ไขในบางประเด็นอยู่แล้ว หากดำเนินการเรียบร้อยแล้วจะเดินหน้าเสนอ ครม.อนุมัติต่อไป เพื่อเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตและยังจ่ายไม่ครบก็คงต้องอยู่ในระบบของเครดิตบูโรต่อไป จนกว่าจะจ่ายหนี้หมด

สำรับการปิดหนี้บัตรเครดิตหมดแล้ว แต่ยังมีข้อมูลอยู่ในเครดิตบูโร หรือที่เรียกภาษาชาวบ้านว่า ติดแบล็กลิสต์(บัญชีดำ) อีจัน หาข้อมูลจากเว็บไซต์ของ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เกี่ยวกับในคำถามที่ว่า “ข้อมูลเครดิตบูโรเก็บไว้กี่ปี” พบว่า

เครดิตบูโรจัดเก็บข้อมูลไม่เกิน 3 ปี เช่น ถ้าเจ้าของข้อมูลมีบัตรเครดิตที่ค้างชำระในเดือนสิงหาคมและต่อมาได้จ่ายหนี้และปิดบัญชีในเดือนกันยายน ข้อมูลเครดิตของเดือนกันยายนจะแสดงยอดหนี้เป็น 0 มีสถานะบัญชีเป็น “ปิดบัญชี” และแสดงข้อมูลอยู่ในเครดิตบูโรอีกไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ได้รับรายงานข้อมูลการปิดบัญชีจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกหลังจากนั้น เมื่อครบกำหนด 3 ปี บัญชีบัตรเครดิตดังกล่าวก็จะถูกลบออกไปจากฐานข้อมูลเครดิตบูโร โดยอัตโนมัติ เครดิตบูโรไม่สามารถลบข้อมูลบัญชีบัตรเครดิตได้ในทันทีที่ได้ ชำระหนี้เสร็จสิ้นปิดบัญชีตามที่เข้าใจ

เอาเป็นว่า ถ้ากระทรวงการคลังสามารถทำให้คนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตและใช้หนี้ครบปิดบัญชีแล้ว สามารถปลดแบล็กลิสต์เครดิตบูโรทันที ก็ดีนะคะ

คลิปอีจันแนะนำ
ฝากบ้านไว้กับยาย ทำขนาดนี้เลยเหรอ?