พ่อเเม่ต้องคอยระวัง! เพราะ PM2.5 ทำสุขภาพเด็กพังลงทุกวัน

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

2 เมษายน 2569

พ่อเเม่ต้องคอยระวัง! เพราะ PM2.5 ทำสุขภาพเด็กพังลงทุกวัน

พ่อๆเเม่ๆน้องๆ ฟังทางนี้นิดนึงค่ะ ตอนนี้ฝุ่น PM2.5 เสี่ยงต่อสุขภาพเด็กมากค่ะ  

วันนี้(2 เม.ย.69)  รศ. นพ. มงคล เหล่าอารยะ หมอที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาเด็ก ได้ออกมาเเชร์เเละเตือนภัยเกี่ยวกับ  สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ทำให้หลายครอบครัวเริ่มกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางมากกว่าผู้ใหญ่ จึงควรรู้วิธีป้องกันและดูแลลูกอย่างถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงจากฝุ่นพิษ 

ตอนนี้น่าเป็นห่วงเด็กๆมากค่ะ เพราะเด็กเสี่ยงได้รับผลกระทบจากฝุ่นมากกว่าผู้ใหญ่อย่างเรามาก เนื่องจากมีขนาดตัวเล็กและมีอัตราการหายใจที่เร็วกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเทียบตามสัดส่วนของน้ำหนักตัวแล้ว เด็กจึงมีโอกาสรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากกว่า 

นอกจากนี้ อวัยวะต่าง ๆ รวมถึงสมองของเด็กยังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตและพัฒนาไม่เต็มที่ การได้รับฝุ่นสะสมตั้งแต่อายุยังน้อยจึงอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้มากกว่าผู้ใหญ่ 

ผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ฝุ่น PM2.5 สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้น เด็กอาจมีอาการระคายเคืองตา ระคายจมูก น้ำมูกไหล หรือในเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด อาจทำให้อาการกำเริบและเกิดภาวะหายใจเหนื่อยหอบได้ ขณะที่ในระยะยาว ฝุ่นขนาดเล็กสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ส่งผลกระทบต่อระบบหลอดเลือด หัวใจ และสมอง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่พบว่า เด็กที่ได้รับฝุ่นเป็นเวลานานอาจมีพัฒนาการและระดับสติปัญญา (IQ) ต่ำกว่าเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศสะอาด 

กลุ่มที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคปอด โรคภูมิแพ้ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เเละแนวทางป้องกันลูกจากฝุ่น PM2.5 ผู้ปกครองสามารถช่วยลดความเสี่ยงให้เด็กได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้ 

1. เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ควรติดตามค่าฝุ่นเป็นประจำผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ หรือแอปพลิเคชันตรวจวัดคุณภาพอากาศอื่น ๆ เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนทำกิจกรรมกลางแจ้ง 

2. ลดกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นสูง หากค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูง ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และให้เด็กทำกิจกรรมภายในอาคารแทน พร้อมปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด 

3. ใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน การใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง (HEPA Filter) ซึ่งสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ จะช่วยลดปริมาณฝุ่นภายในบ้านและช่วยให้เด็กได้รับอากาศที่สะอาดมากขึ้น 

4. สวมหน้ากากเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน หน้ากากชนิด N95 สามารถช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ดีที่สุด ขณะที่หน้ากากอนามัยทั่วไปสามารถป้องกันได้เพียงบางส่วนเท่านั้น 

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันชัดเจนว่าการเสริมวิตามินสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM2.5 ได้โดยตรง แพทย์จึงแนะนำว่าไม่ควรคาดหวังผลจากวิตามินมากเกินไป และการรับประทานวิตามินในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธีและการลดการสัมผัสฝุ่นให้มากที่สุด ถือเป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของเด็กและทุกคนในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ช่วงสถานการณ์นี้ ดูเเลเด็กๆด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้ฝุ่นทำร้ายร่างกายเด็กๆจนเกินไปนะคะ