ศบก. เตือนคนไทย ออกจากตะวันออกกลาง หลังท่า “อิหร่าน” ไม่จบสงคราม
บวรวัฒน์ อีจัน
26 มีนาคม 2569

วันนี้ (26 มี.ค. 69) นายปานิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายพรชัย จิรคุณไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง น.ส. กณิษฐา กังสวณิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)

จากการที่มีการปรับราคาน้ำมันเมื่อคืนนี้ลิตรละ 6 บาท รวมถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและการเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน นายพรชัย กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง (สหรัฐอเมริกา-อิหร่าน) ยังไม่มีแนวโน้มยุติลง แม้จะมีการเสนอข้อตกลงแล้ว แต่อยู่ระหว่างพิจารณา ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากต้นสัปดาห์ประมาณ 198 เหรียญ แต่ปัจจุบัน (23 มี.ค. 69) เพิ่มเป็นกว่า 242 เหรียญ ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่อง มีภาระสูงขึ้น ปัจจุบันติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท และมีเงินไหลออก วันละประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนราคาน้ำมันเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย ได้มีการปรับขึ้นเช่นเดียวกันอย่าง ดีเซล ขึ้นถึง 7 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบไทยกับไทย ราคาไทยไม่ได้สูงกว่าเพื่อนบ้าน และอยู่ในระดับต่ำด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กปน.) ได้พิจารณาหลายมิติ จึงสรุปได้ว่า ต้องปรับลดการชดเชยกลุ่มน้ำมันดีเซลและเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการช่วยเหลือในกลุ่มน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์บางประเภท พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กองทุนฯ ยังคงรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกในประเทศอย่างเหมาะสม และขอให้ทุกคนประหยัด เราจะดำเนินการไปด้วยกัน

น.ส. กณิษฐา กล่าวว่า ผลการลงพื้นที่ของพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ระหว่างวันที่ 5 – 25 มีนาคม 2569 ได้ตรวจสอบสถานที่รวมเกือบ 3,000 แห่ง แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน 1,786 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ย 606 แห่ง และตลาด/ห้างค้าปลีกค้าส่ง 585 แห่ง
จากการลงพื้นที่ พบการกระทำความผิดในสถานีบริการน้ำมัน 11 จังหวัด รวม 17 ราย เป็นความผิดตามมาตรา 28 เรื่องไม่ปิดป้ายแสดงราคา โดยได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
ในส่วนของเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมถึงปัจจุบัน มีเรื่องร้องเรียนสะสมเกือบ 400 คำร้อง ตรวจสอบแล้ว 152 คำร้อง พบความผิด เช่น ไม่แสดงราคา 15 ราย จำหน่ายไม่ตรงราคา 3 ราย และป้ายไม่ชัดเจน 1 ราย ส่วนอีก 133 เรื่องไม่พบความผิด และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 233 เรื่อง
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เช่น โครงการดูดซับข้าวนาปรัง 1 ล้านตัน เริ่มดำเนินการ 1 เมษายนนี้ ใน 5 จังหวัดหลัก ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และสุโขทัย เป้าหมายรองรับผลผลิตข้าวนาปรังที่จะออกสู่ตลาด 1 ล้านตันข้าวเปลือก โดยรับซื้อสูงกว่าตลาดประมาณ 300 บาทต่อตัน รวมถึงตลาดนัดข้าวเปลือกเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย และโครงการปุ๋ยธงเขียวเพื่อลดต้นทุน
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าจะกำกับดูแลราคาสินค้าให้เหมาะสมและเป็นธรรม หากพบการขายราคาไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งสายด่วน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายปานิดล กล่าวว่า สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรง มีการโจมตีตอบโต้ต่อเนื่องระหว่งาคู่ขัดแย้งหลัก และการโจมตีประเทศอ่าวอาหรับ นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกา เตรียมส่งกำลังทหารไปในตะวันออกกลางเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการด้วย ในส่วนการเจรจายุติการสู้รบ สหรัฐได้เสนอแผนสงบศึก 15 ข้อ ซึ่งกำหนดให้มีการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม อิหร่านมีท่าทีปฏิเสธแผนดังกล่าว และกำหนด 5 เงื่อนไขรวมถึงการยอมรับอำนาจของอิหร่านต่อช่องแคบฮอร์มุซ
เนื่องด้วยสถานการณ์โดยรวมยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็ว และติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด รวมถึงลงทะเบียนกับสถานทูต
ในด้านการช่วยเหลือ ขณะนี้มีคนไทยได้รับการอพยพแล้วรวม 1,499 คน และยังมีการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มคนไทย 8 คนที่เดินทางผ่านตุรกี และจะเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 28 มีนาคม 2569