อัปเดตสถานการณ์ “เขื่อนเจ้าพระยา” กับการระบายน้ำออก
พอลลี่ อีจัน
6 ตุลาคม 2568

สถานการณ์เกี่ยวกับระดับน้ำ
วันนี้(6 ต.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก กรมชลประทาน ได้ออกมาเผยประกาศเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา (ช่วงเวลา 06.00น.) โดยระบุว่า สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,748 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำ 24.41 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 1.29 ม.) ซึ่งมีอัตราลดลง

สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,500 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน 16.12 ม. ระดับน้ำท้ายเขื่อน 15.94 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 40 ซม.) ตอนนี้ยังทรงๆตัว
บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการหน่วงน้ำไว้ด้านเหนือ พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ตามศักยภาพของคลอง เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

ในส่วนของพื้นที่นอกคั้นกันน้ำบริเวณด้านท้ายเขื่อนที่ได้รับผลกระทบ มีดังนี้
-คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง
– วัดไชโย จังหวัดอ่างทอง
-อำเภอป่าโมก จังหวะดอ่างทอง
-คลองบางบาล ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา
-ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ติดกับแม่น้ำน้อย
-วัดสิงห์ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
-อำเภอเมืองสิงห์บุรี
-อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
-วัดเสือข้าม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
-ตำบลโพนางดำ อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ระบายจากเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ และเเควน้อยฯ ไหลมารวมกันที่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสถานีวัดน้ำ C.2 ค่ายจิรประวัติ จ. นครสวรรค์ ปัจจุบัน 2,748 ลบ.ม./วินาที
ทั้งนี้ รายงานการบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน การรับมือพายุ “แมตโม” และสถานการณ์น้ำลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดย ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ได้ออกมาระบุเพิ่มเติมว่า เห็นว่าช่วงนี้เป็นการบริหารช่วงหน้าฝนเดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายของฤดูฝนปีนี้ วันที่ 1 พ.ย.68 เราก็จะเริ่มในการดูแลบริหารน้ำในช่วงฤดูแล้งแล้ว ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้จะเห็นว่า พายุแมตโม กำลังเคลื่อนตัวซึ่งตอนนี้ได้เคลื่อนตัวสู่เวียดนามตอนเหนือแล้ว แล้วก็มีแนวโน้มที่จะลดลงเป็น ดีเปรสชั่น ในช่วงบ่ายนี้ ซึ่งพายุตัวนี้ไม่ได้เข้าสู่ประเทศไทย


และจากการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็มีการรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์พายุตัวนี้ซึ่งก็ทำให้ฝนตกในภาคเหนือและภาคกลางแต่ว่าก็จะไม่เท่ากับพายุบัวลอยแน่นอน สำหรับการจัดหารน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเอง ก็จะมีเขื่อนภูมมิพล ก็จะอยู่แม่น้ำปิง ส่วน เขื่อนสิริกิติ์ อยู่ในแม่น้ำน่าน ซึ่ง 2 เขื่อนนี้ จากการหารือร่วมกันเราจะมีการระบาย 2 เขื่อนนี้ร่วมกันประมาณ 40 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนภูมมิพล อยู่ที่ 5 ล้าน และ เขื่อนสิริกิติ์ อยู่ที่ 35 ล้าน เพื่อเป็นการกักเก็บน้ำที่ตกลงมาเหนือเขื่อน ไม่ระบายน้ำให้กระทบต่อพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มของภาคกลาง ซึ่งปัจจุบันจะเห็นได้ว่า แม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ที่นครสวรรค์มีแนวโน้มที่คงตัวและมีการลดลงเล็กน้อย
ทั้งนี้ก็มีการมอบหมายหน่วยงานให้ดูแลเรื่องระบบการจัดการน้ำต่อไป
หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์กันต่อเนื่องนะคะ ระดับน้ำตอนนี้ยังน่าเป็นห่วงอยู่มากๆเลยค่ะ
ที่มา: เฟซบุ๊ก กรมชลประทาน https://www.facebook.com/Kromchon?locale=th_TH , https://www.facebook.com/share/v/19s4uUdx7g/