จับแก๊งดอกโหด! กู้ 46,000 ดอกวันละ 920 จ่ายไป 2 แสน ยังทวงไม่เลิก 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

27 พฤศจิกายน 2567

จับแก๊งดอกโหด! กู้ 46,000 ดอกวันละ 920 จ่ายไป 2 แสน ยังทวงไม่เลิก 

เช็กดีๆ ก่อนคิดยืมเงิน เดี๋ยวโดนแบบนี้!!! 

วันนี้ (27 พ.ย. 2567) นางรัชนีกร สวัสดิ์พูน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครอง  รักษาการนายอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้คณะปลัดอำเภอ นำเจ้าหน้าที่กองร้อย อส.นางรอง ติดตามจับกุมตัวนายเอ และ น.ส.บี คู่รักวัยรุ่น อายุ 20 ปี ขณะที่ทั้งคู่กำลังขับรถยนต์มาติดตามทวงหนี้ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง 

หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนางประภาวัลย์ อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในอำเภอนางรอง อ้างว่าถูกแก๊งทวงหนี้ข่มขู่บังคับเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงกว่าอัตรากฎหมายกำหนด  

ประภาวัลย์ เล่าว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ตนได้กู้เงินกับนายเอ และ น.ส.บี ที่มาตระเวนปล่อยกู้ เพื่อที่ตนจะนำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายรวม 46,000 บาท โดยเจ้าหนี้จะคิดแบบดอกเบี้ยลอยทุกวัน วันละ 920 บาท จะต้องจ่ายจนกว่าจะมีเงินก้อนไปปิดเงินต้น ซึ่งตนก็จ่ายดอกเบี้ยมาตลอดวันละ 920 บาท เป็นระยะเวลา 7 เดือน จากนั้นเดือนตุลาคม 2567 ตนก็ได้นำเงินก้อนไปจ่าย 10,000 บาท แต่เจ้าหนี้ก็บอกว่ายังเหลือยอดที่ต้องชำระอีก 36,000 บาท ทั้งที่ตนจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันไปแล้วเกือบ 200,000 บาท แต่ก็ยังถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยต่ออีกวันละ 720 บาท มาจนถึงเดือนพฤศจิกายน รวมทั้งสิ้นกว่า 200,000 บาทแล้ว ทั้งที่กู้ยืมมาเพียง 46,000 บาท แถมโดนข่มขู่บังคับ จนเกิดความหวาดกลัว จึงตัดสินใจไปบอกลูกชายซึ่งเป็นเจ้าอาวาสที่วัดแห่งหนึ่ง และเข้าร้องขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ดำรงธรรม จนเกิดการจับกุมตัว 

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้นำตัวนายเอ และ น.ส.บี ไปสอบถามรายละเอียดที่ศูนย์ดำรงธรรม โดยทั้งคู่อ้างว่า เป็นเพียงคนติดตามทวงเงินให้กับนายทุนเท่านั้น ได้รับค่าจ้างเดือนละ 6 พันบาท แต่เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีหลักฐานพบว่ามีการปล่อยกู้เองบางส่วน ทั้งคู่จึงยอมรับว่าพอเก็บทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้นายทุนครบแล้ว หากผู้เสียหายยังไม่มีเงินก้อนปิดก็จะเก็บต่อเอง และอ้างว่าได้เก็บต่อเพียงแค่ผู้เสียหายคนดังกล่าวเท่านั้น  

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ทำบันทึกที่ศูนย์ดำรงธรรม เข้าระบบศูนย์อำนวยการการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งทั้งคู่ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่าจะหยุดเก็บทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจากป้ารายดังกล่าวแล้ว และจะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือบังคับข่มขู่เรียกเงินจากป้าอีก หากทั้งคู่ไม่ทำตามที่ข้อตกลงก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป