ตร.บช.น. ยื่นขอหมายจับ “บิ๊กโจ๊ก” หลังออกหมายเรียก 3 ครั้ง
ทีมออนไลน์
2 เมษายน 2567

จากกรณีที่เมื่อวานนี้วันที่ 1 เม.ย.67 เป็นวันครบกำหนดนัดหมายเรียกครั้งที่ 3 ของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จากกรณีที่ พนักงานสอบสวนในคดี BNK Master พบความเชื่อมโยงทางเส้นทางการเงิน
ในวันนี้ (2 เม.ย.67) หลังจากครบกำหนดนัดหมาย ช่วงเช้าที่ผ่านมาคณะพนักงานสอบสวนจึงมีการเข้าร่วมประชุมพร้อมกับรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลผู้รับผิดชอบในคดีนี้ เพื่อหาข้อสรุปในการดำเนินการขั้นต่อไป จนมีรายงานว่าในเวลาต่อมามติที่ประชุม คณะพนักงานสอบสวน มีมติให้ดำเนินการออกหมายจับ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล ในความผิดฐาน สมคบกันกระทำความผิด ฐานฟอกเงินและ เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ตามที่สมคบกัน ตามพรบป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5,9,10

มีรายงานว่าภายหลังมีการยื่นขอออกหมายจับในช่วงเช้า (รอบแรก) ทาง พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เรื่องขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหากมีการยื่นคำร้องขอออกหมายจับ
โดยชี้เเจงว่า พันตำรวจโทคริส มีการทำหนังสือขอความเป็นธรรมต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษช่วยรับคดีอาญาที่ 391 / 2566 ของสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน เป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งส่งพยานหลักฐานให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวมีการดำเนินคดีพันตำรวจโทคริส ในความผิดฐานสมภพโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงินเกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ซึ่งมีเงินหมุนเวียนเกิน 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นคดีพิเศษตามกฏหมายกำหนดไว้และเป็นอำนาจการสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษและเป็นการดำเนินคดีอาญาซ้ำกับคดีอาญาที่ 724 / พ.ศ. 2566 ที่ถูกดำเนินคดีไปแล้วและเชื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินคดีของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และกรมตรวจสอบคดีพิเศษได้รับไว้ดำเนินการเป็นเรื่องสืบสวนที่ 37 / 2567 อยู่ในความรับผิดชอบของกองคดีการฟอกเงินทางอาญาซึ่งทางอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาได้รับคำชี้เเจงไว้พิจารณา
โดยขณะนี้คณะพนักงานสอบสวน นำพยานหลักฐานรวมถึงผลของการดำเนินการออกหมายเรียกทั้ง 3 ครั้ง ไปรอเพื่อให้ศาลเรียกขึ้นไปสวนพิจารณากรณีการดำเนินการขอหมายดังกล่าว (ไต่สวน รอบ 2) ซึ่งมีรายงานว่าจะเป็นการดำเนินการในช่วงบ่ายวันนี้ เป็นการขึ้นไต่สวนครั้งที่ 2 โดยมีพลตำรวจตรีทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเดินทางไปด้วยตัวเอง (เช้าไม่ได้ขึ้นเอง)
ขณะนี้เวลา 16.05 น. ยังอยู่ระหว่างการรอขึ้นไต่สวนกับทางศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
ต่อมาศาลอาญาพิจารณาคำร้องพร้อมไต่สวนแล้วอนุญาตให้ออกหมายจับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.โดยศาลให้เหตุผลว่า
1.คดีมีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่าเป็นความผิด
2.ผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงหมายเรียกของพนักงานสอบสวน
3.คดีนี้เป็นอำนาจของศาลอาญา
เวลา 16:40 น.ที่บริเวณประตูข้างศาลอาญา พันตำรวจโทสราวุธ บุตรดี รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.สายไหม ในฐานะคณะพนักงานสอบสวนคดี BNK Master เปิดเผยว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปหมายจับของตัวพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย หากพบตัวพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ก็สามารถจับกุมได้ทันที
ทั้งนี้ มีรายงานว่าศาลให้เหตุผลในการออกหมายจับว่า พยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนในคดีดำเนินการรวบรวมมาเสนอต่อศาลในวันนี้มีหลักฐานแน่นหนาเพียงพอ และเป็นสิ่งที่พนักงานสอบสวนในคดีนี้สามารถดำเนินการได้ประกอบกับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาในคดี มีความพยายามในการหลบเลี่ยง การแสดงตัวกับพนักงานสอบสวน หลังจากพนักงานสอบสวนมีการอนุมัติหมายเรียกถึงสามครั้ง รวมถึงคดีนี้เป็นอำนาจของศาลอาญา จึงเป็นสาเหตุให้ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกในวันนี้มีคำสั่งอนุมัติหมายจับ และขณะนี้ในคณะทำงานมีการติดตามตัวพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ โดยจะนำหมายจับเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อนำเรียนผู้บังคับบัญชาและบังคับใช้หมายต่อไป