น้องเล็กของแฝดสามกับเส้นทางกำลังใจ จากวันที่ยอมรับไม่ได้ สู่วันที่ยิ้มสู้มะเร็งเต้านม
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
1 วันที่แล้ว

มะเร็ง… โรคร้ายที่เราได้ยินจนชินหู แต่ใครจะรู้ ถ้าวันหนึ่งไม่ใช่เรื่องของคนอื่น แต่เรากำลังเผชิญกับมัน จะเป็นยังไง….

นี่คือเรื่องราวของ สาม ฝาแฝดคนสุดท้องที่มีพี่คือ หนึ่ง และ สอง พวกเธอเกิดมาพร้อมกันสามคน แต่ในวัย 13 ปีกลับต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ แม่จากไปด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว นั่นจึงเป็นความฝังใจ เป็นความหวาดกลัวที่สุดในชีวิต
หลังแม่เสียด้วยโรคมะเร็ง ทุกครั้งที่รายการโทรทัศน์เล่าเรื่องราวคนต่อสู้มะเร็งจนต้องโกนผม ทำให้พวกเธอคิด…พวกเขาต้องเจ็บปวดแค่ไหน?

ต้องรักษาทัั้งร่างกายและต้องเข้มแข็งเพื่อสู้กับโรคร้ายนี้? ในใจพวกเธอจึงคิดเสมอว่า
“ไม่อยากเป็นแบบนั้นเลย”

เวลาผ่านไป พวกเธอสามพี่น้องมีคุณพ่อและแม่เลี้ยง ที่รักและดูแลพวกเธอเป็นอย่างดี ในทุกช่วงชีวิต พวกเธอจึงไม่เคยต้องโดดเดี่ยวเพียงลำพัง
ทุกครั้งที่ได้นอนด้วยกัน ตั้งแต่เด็กยันโต พวกเธอจะเกาหลังให้กันตลอด ตอนกลางคืนต้องจัดเวรคนไปปิด-เปิดไฟในบ้านและเพราทั้งสามกลัวผี มีบ้างที่บางวันทะเลาะกัน แต่เพราะมีกันสามคน ทุกครั้งจึงจะมีหนึ่งคนที่เป็นกรรมการห้ามศึก พวกเธอเล่าเรื่องราวในวันวานพร้อมรอยยิ้ม ราวกับว่าความทรงจำนั้นยังชัดเจน
แม้ว่าตอนนี้จะอายุ 29 ปีแล้ว “หนึ่ง” และ “สอง” ยังคงอยู่ด้วยกัน จะมี “สาม” ที่แยกไปอยู่กับแฟน แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้พวกเธอห่างกันไปและรักกันน้อยลงเลย ทุกสัปดาห์พวกเธอต้องมาเจอกันที่บ้านพ่อด้วยความคิดถึง


ช่วงเวลาความสุขผ่านไป… คืนที่โหดร้ายก็ได้คืบคลานเข้ามา วันนั้นสามนอนตะแคงบนเตียง มือไปแตะโดนสีข้าง จึงได้ลองกดดู
ถึงรู้สึกว่ามีก้อนเป็นวงรี โดยที่ลองกดอีกข้างกลับไม่มี ไม่นานสามก็รีบเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียด ฝั่งครอบครัวทางบ้านก็รอฟังผลอย่างใจจดใจจ่อ
ไม่นานแชทไลน์กลุ่มครอบครัวก็เด้งขึ้น สามบอกกับทุกคนว่า “ผลออกแล้ว เป็นมะเร็ง…” นาทีนั้นครอบครัวเข่าทรุด ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น… เพราะสามกำลังเป็นมะเร็งเต้านม ระยะที่ 1
หลังจากสามต้องเผชิญความจริงอันโหดร้าย เธอยอมรับมันไม่ได้ ไม่กล้าบอกกับใคร เพราะรู้สึกเจ็บใจ ที่มะเร็งเกิดขึ้นกับเธอ ในตอนที่คุณหมอบอกว่า “ผลออกมาแล้วนะลูก…มันเป็นเนื้อร้ายนะ” แม้คุณหมอจะบอกว่า “ยังไงก็หาย”
แต่ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน สามเขียนพินัยกรรมไว้พร้อมทั้งจดหมายลาตาย หากวันหนึ่งต้องจากไป สามบอกกับทุกคนว่า “ขอให้อยู๋ให้ได้ ทั้งแฟนและครอบครัว” พี่แฝดทั้งสองจุกในใจ ในเวลานี้พูดอะไรไม่ได้ มีเพียงคำว่า “รัก” สั้นๆ ที่อยากให้กับน้องสาวสุดที่รัก
แม้ไม่มีคำพูดมากมาย แต่สามกลับสัมผัสความรู้สึกทั้งหมดได้ เธอบอกว่า “ขอบคุณ และภูมิใจที่มีมันเป็นแฝด…ชาติหน้าก็ขอให้เราเป็นแฝดกันอีก” แฝดทั้งสามน้ำตาร่วง พวกเขาต่างมีความหวังว่าสามจะสู้ต่อไป และไม่ว่าจะเป็นยังไง พวกเธอตั้งใจจะคอยดูแลน้องสาว จะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ต่างจากวันแรกที่เราเกิดมาเจอกัน

หลังจากนั้นสามต้องเริ่มรักษาด้วยการผ่าตัด สามมีแต่ความกังวลในใจ ก่อนเข้าห้องผ่าไป เธอได้ยินเสียงสุดท้ายตามหลังบอกว่า “เดี๋ยวป๊ามาใหม่นะ…” เป็นเสียงที่ดังในหัว เสียงนี้อยู่กับเธอตลอดเวลา ราวกับกำลังบอกให้เธอไปต่อ ราวกับบอกให้เธอไม่ยอมแพ้
หลังจากผ่านพ้นการผ่าตัดไปได้ เธอตื่นขึ้นมาบนเตียงในโรงพยาบาล พร้อมครอบครัวรายล้อม พ้นวิกฤตหนักไปไม่นาน… เธอก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดครั้งที่ 2 เพราะมีการนำชิ้นเนื้อไปตรวจ คุณหมอบอกว่าการผ่าตัดครั้งนี้ เพื่อเอาผังผืดออกให้หมด และสุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี

แต่ทุกอย่างยังไม่จบ…สาม ที่ผ่านการผ่าตัดมา 2 ครั้ง ต้องรักษาด้วยยาและคีโม โดยแผนการรักษาคือการทำคีโมทั้งหมด 4 เข็ม
สามต้องเผชิญกับอาการผมร่วงหนัก ความมั่นใจลดน้อยลง ร่างกายทรุด ทุกครั้งหลังได้รับยา ต้องใช้เวลานอนพัก ไม่มีแรงลุกขึ้นมาทำอะไรเลย และสุดท้ายสามต้องโกนผม
ในวันนั้นเธอได้เดินทางมาหาครอบครัว ขุมพลังยิ่งใหญ่ที่เธอต้องการมากที่สุดในชีวิต แม่บรรจงโกนผมให้กับสาม หนึ่งและสองเข้ามาให้กำลังใจ

ถึงแม้วันนี้สามจะไม่มีผม แต่ไม่มีอะไรพรากความสวยของสามไปได้เลย…

ตอนนี้สามยังอยู่ระหว่างการรักษา และถึงแม้ไม่รู้วันข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่กำลังใจที่เธอได้มีมากมายจากครอบครัวและโซเชียล วันนี้เธอสามารถยิ้มได้อย่างเต็มที่ และมีความสุขกับทุกอย่างโดยไม่กลัวอะไร และตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง กินอาหารที่ดีเพื่อบำรุงร่างกาย
สุดท้ายเธอฝากบอกกับวัยรุ่นและอีกหลายๆ คนที่ยังไม่ป่วยเอาไว้ว่า ให้ระมัดระวังเรื่องอาหารการกินของหวานปิ้งย่าง ชาบู หมูกระทะ อาหารแปรรูป

เพราะคุณหมอบอกว่าเหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้เร็วขึ้นในคนอายุน้อยที่สำคัญที่สุดคือ พักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมย้ำว่า “การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ”