พรุ่งนี้! นายกฯ ประชุม กพช. เตรียมเคาะกรอบค่าไฟงวดใหม่ ก.ย.- ธ.ค. 68  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

5 พฤษภาคม 2568

พรุ่งนี้! นายกฯ ประชุม กพช. เตรียมเคาะกรอบค่าไฟงวดใหม่ ก.ย.- ธ.ค. 68  

ปรับค่าไฟฟ้า ขึ้น หรือลง กันนะ??? 

วันนี้(5 พ.ค.68) เว็บไซต์ รัฐบาล ได้ออกมาโพสต์เกี่ยวกับการประชุม กพช. ในวันพรุ่งนี้ของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ถึงประเด็นการเตรียมเคาะกรอบค่าไฟงวดใหม่ในเดือน ก.ย.- ธ.ค. 68 พร้อมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดต่อเนื่อง โดยระบุว่า… 

“วันนี้ (5 พ.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 (ครั้งที่ 171) ในวันพรุ่งนี้ ( อังคารที่ 6 พ.ค. 68) ณ ตึกภักดีบดินทร์ เวลา 14.00 น. โดยระเบียบวาระสำหรับการประชุมในครั้งนี้ คือ เพื่อรับทราบความคืบหน้าแนวทางการกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ และการดำเนินการต่อไปของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน รวมถึงรับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรมตามแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด สำหรับปี 2566-2573  ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมจะได้ร่วมกันพิจารณานโยบายและแนวทางการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า งวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2568 อีกด้วย 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.68 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้พิจารณาข้อเสนอการปรับค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) ประจำงวด เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2568 ของ กฟผ. โดยมีมติให้ปรับค่า Ft จากเดิม 36.72 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 19.72 สตางค์ต่อหน่วย โดยนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินจากการไฟฟ้า จำนวนเงิน 12,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17 สตางค์ต่อหน่วย นำไปลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนผ่านค่า Ft ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเรียกเก็บปรับลดลงจาก 4.15 บาทต่อหน่วย เป็น 3.98 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีวาระพิจารณาเรื่องการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรม ตามแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด สำหรับปี 2566-2573 ในส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ  

รัฐฯยืนยันเดินหน้าอย่างจริงจังในการจัดการด้านพลังงานอย่างรอบคอบและโปร่งใส โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมเร่งผลักดันการใช้พลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการดูแลค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน และลดภาระค่าครองชีพของคนไทยในระยะยาว” นางสาวศศิกานต์ กล่าว 

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์  รัฐบาลไทย https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/96066