ไทยลุ้น ขยับขึ้นเทียร์ 1 หลังบังคับใช้กฎหมาย ปราบปรามค้ามนุษย์ได้ผล
ขวัญ อีจัน
8 มีนาคม 2567

วันพุธที่ 6 มี.ค.67 เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ณ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา คณะผู้แทนไทย นำโดย นายเชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร./ผอ.ศพดส.ตร. นางจตุพร แสงหิรัญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ และคณะ
ได้ร่วมหารือกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นำโดยท่านทูต Cindy Dyer Ambassador-at-Large, Office to Monitor and Combat Trafficking in Persons และ คุณ Desiree Suo Weymont Senior Coordinator, Report and Principal Affairs

โดยกระทรวงการต่างประเทศที่มีหน้าที่รับผิดชอบการติดตามผลการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของทุกประเทศทั่วโลก ได้ให้ความสนใจกับการพิสูจน์ตัวตนเหยื่อในการทำประมงของประเทศไทย ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการ รวมถึงการช่วยเหลือแรงงานและนำเข้าสู่กระบวนการ NRM เพื่อคัดแยกเหยื่อในเคส Scammer จากประเทศเมียนมาร์ ซึ่งทางการไทยประสบความสำเร็จในการดำเนินการเช่นเดียวกัน รวมถึงความสำเร็จในการทำงานร่วมกับเหยื่อในสถานคุ้มครองของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่า การบังคับใช้กฎหมายของไทย มีการดำเนินคดีเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้ว จากคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น Cellebrite ในการสืบสวนหาพยานหลักฐาน และสามารถดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กได้ และขยายสู่คดีค้ามนุษย์มากถึง 99 ราย ทั้งยังขยายผลจับกุมผู้ซื้อบริการทางเพศเด็กมากถึง 197 คน สูงกว่าปี พ.ศ.2565 ที่มีการดำเนินคดี 67 คน คิดเป็นร้อยละ 194.03

ส่วนกรณีที่มีการช่วยเหลือคนไทยกลับมาจากประเทศเพื่อนบ้านนั้น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบอกว่า ปัญหาสำคัญคือ ทั้งกัมพูชา และเมียนมาร์ เป็นฐาน Hybrid Scam ที่สำคัญ ซึ่งปี พ.ศ.2565 “เราช่วยเหลือคนไทยมาจากประเทศกัมพูชา จำนวน 1,105 คน และคัดแยกเป็นเหยื่อได้ 242 คน ส่วนในปี พ.ศ.2566 คนร้ายได้ย้ายฐานไปอยู่ในประเทศเมียนมาร์ และเราก็สามารถ ช่วยเหลือมาได้อีก 525 คน คัดแยกแล้วเป็นเหยื่อ 174 คน”
ส่วนสาเหตุที่คัดแยกแล้วพบเป็นเหยื่อน้อยก็เพราะว่า ส่วนใหญ่แรงงานไทยสมัครใจไปทำงาน เนื่องจากได้ค่าตอบแทนสูง แต่ที่ต้องการกลับประเทศไทย ก็เพราะภาวะสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาร์

อย่างไรก็ตาม เราได้สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในเครือข่ายของเมืองเล้าก์ก่าย ได้จำนวน 2 เครือข่าย พร้อมออกหมายจับผู้ต้องหาได้รวม 34 คน จับกุมไปแล้ว 26 คน หลบหนีอยู่ 8 คน และปัจจุบันฐาน Hybrid Scam ก็ได้ย้ายฐานไปเมืองเมียววดี และชเวโก๊ะโก ซึ่งตำรวจจับกุม นายสือ จื้อเจียง นายทุนใหญ่กลุ่มจีนเทา ที่สร้างเมืองชเวโก๊ะโก และเป็นหนึ่งในสามบุคคลที่ทางการสหรัฐคว่ำบาตรไว้ได้ และปัจจุบันอยู่ในความควบคุมในเรือนจำของทางการไทย

ส่วนการช่วยเหลือคนไทยมาจากเมืองเล้าก์ก่ายนั้น ยากลำบาก ต้องอาศัยความร่วมมือผ่านแดน นำคนไทยออกมาทางเมืองคุนหมิง และส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับกลับประเทศไทย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังบอกด้วยว่า การช่วยเหลือแรงงานพม่าในการประมง เราได้ดำเนินคดีกับเจ้าของเรือประมง และส่งเหยื่อแรงงานพม่ารายดังกล่าวกลับประเทศเมียนมาร์ไปแล้ว
ขณะที่การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ถือว่าดีขึ้นกว่า 3 ปีที่ผ่านมา แต่ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ไม่อยากให้มองเพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะรอบข้างประเทศไทย มีการคอร์รัปชั่นสูง จึงเป็นฐานที่ตั้งของ Call Center ทำให้ปัญหาการค้ามนุษย์ในภูมิภาคยังคงอยู่ แต่ประเทศไทยก็ยังคงต่อต้านการค้ามนุษย์ต่อไป เพื่อให้ประเทศไทยขยับขึ้นสู่ Tier 1 ให้ได้ “หากมองในแง่ความเป็นภูมิภาคควรสนับสนุนให้ประเทศไทยขยับสู่ Tier 1 เพื่อเป็นผู้นำในภูมิภาคในการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ในระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง” รอง ผบ.ตร. กล่าว

ทั้งนี้ ทูตซินดี้ ได้กล่าวชื่นชมด้านการบังคับใช้กฎหมายที่นำโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างก้าวกระโดด มีจำนวนคดีค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กเพิ่มมากขึ้น มีการพิสูจน์ตัวตนเหยื่อได้มากขึ้น อีกทั้งยังกล่าวชื่นชมการดำเนินการช่วยเหลือคนไทยมาจากประเทศเมียนมาร์และขยายผลดำเนินคดีกับแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ได้ ซึ่งถือเป็นความเข้มแข็งในด้านการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง
“จากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมการต่อต้าน Hybird Scam ในอนาคต เพื่อสนับสนุนการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย” ฑูตซินดี้ ระบุ
ต่อมาเวลา 15.30 น. คณะผู้แทนไทย ได้พบกับ ส.ส. คริส สมิธ เพื่อเข้าพูดคุยหารือ ซึ่งทาง ส.ส. คริส สมิธ ให้ความสนใจเกี่ยวกับเคสผู้ลี้ภัยชาวจีนจากคริสตจักรเมย์ฟลาวเวอร์ 63 คน ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชี้แจงว่ากรณีดังกล่าว เราพบกลุ่มคนจีนในปี พ.ศ.2566 ที่พัทยา จ.ชลบุรี และนำเข้ากระบวนการ NRM พบว่าไม่มีผู้ใดเป็นเหยื่อค้ามนุษย์เลย จึงได้ดำเนินการส่งมายังประเทศสหรัฐอเมริกาครบทั้ง 63 คนเรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้ชี้แจงถึงสถานะการปฏิเสธนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ที่มีประวัติล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

”ในปี พ.ศ.2566 สตม.ไทย ปฏิเสธไปทั้งสิ้น 24 คน เป็นสัญชาติอเมริกัน 20 คน และในต้นปี พ.ศ.2567 ก็ได้ปฏิเสธคนสัญชาติอเมริกันไปอีก 2 คน ซึ่งตอนนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย อยู่ระหว่างการยกร่างกฎหมายเช่นเดียวกับ Megan’s Law ที่มีในสหรัฐอเมริกา“
ทางด้าน ส.ส. คริส สมิธ ได้แนะนำเพิ่มเติมว่า ให้ทำการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการปฏิเสธคนเข้าเมืองกรณีดังกล่าวออกไป เมื่อนักท่องเที่ยวประเภทนี้ทราบก็จะไม่กล้าเข้าประเทศไทย ส่วนโครงการ Child Safe Tourism Project ที่นอกจากจะขับเคลื่อนในโรงแรมทั่วประเทศแล้ว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า ตอนนี้ได้ขยายไปสู่อุตสาหกรรมสายการบิน และภาคการขนส่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ตามคำแนะนำของ ส.ส.คริส สมิธ แล้ว เพื่อให้ห่วงโซ่การท่องเที่ยวของประเทศไทยปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน

ส่วนการยกระดับการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก ให้กับนักเรียนในโรงเรียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญ และดำเนินโครงการ D.A.R.E. 2 C.A.R.E ไปทั่วประเทศ ผ่านครูแดร์ทั้ง 1,484 สถานีตำรวจ โดยในปี พ.ศ. 2566 ให้การอบรมไป 38,469 ครั้ง ผู้เข้ารับการอบรม 946,268 คน ในสถานศึกษา 22,164 แห่ง และชุมชน 4,268 แห่ง
ทั้งหมดนี้ เป็นความสำเร็จจากการเดินทางมาชี้แจงผลการปฏิบัติด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร./ผอ.ศพดส.ตร. 3 ปีติดต่อกัน และมีผลการปฏิบัติก้าวกระโดดเพิ่มมากขึ้นทุกปี ขยับจาก Tier 2 Watchlist สู่ Tier 2 และในปีนี้เรามีลุ้นขึ้นสู่ Tier 1 หากประเทศสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญและต้องการผลักดันให้ประเทศไทย เป็นผู้นำหรือประเทศต้นแบบในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในการต่อต้านการค้ามนุษย์ และเป็นการขยายวงพัฒนาการออกไปจากประเทศสู่ระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
คลิปอีจันแนะนำ
ตาหลอย วัย 70 ขับซาเล้งทำตามฝัน อยากเห็นทะเล สักครั้งก่อนตาย