ร้อนจนเกรียม! กทม. เตือน ดัชนีความร้อนพุ่งอยู่ในขั้น “อันตราย”  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

1 วันที่แล้ว

ร้อนจนเกรียม! กทม. เตือน ดัชนีความร้อนพุ่งอยู่ในขั้น “อันตราย”  

มายก้อชชชช!!!! ร้อนหลายวันเเล้ว ไม่ไหวๆ หลบร่มก่อน 

ร้อนกันมั้ยคะลูกเพจ? วันนี้ (9 เม.ย.69) อีจัน พาเช็กสภาพอากาศ จาก เฟซบุ๊ก  ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร เผยว่า ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย” ต่อเนื่อง  ร้อนขนาดนี้ตั้งรับเเละเตรียมตัวกันให้ดีนะคะ เพราอากาศร้อนจัด เสี่ยงฮีทสโตรกเเน่นอน 

ซึ่งดัชนีความร้อน  หมายถึง อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ ณ ขณะนั้น (Feel like) ขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ เหมาะสำหรับบ่งชี้ความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อนมากกว่าการใช้ค่าอุณหภูมิสูงสุด 

ทุกการไต่ระดับความร้อนมีความอันตรายหมดค่ะ  เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะเป็นอย่างไงนะคะ  

27.0 – 32.9 องศา อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารการเตือนภัยความร้อน  

กลุ่มเสี่ยง: ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ  

33.0 – 41.9 องศา อยู่ในช่วงเตือนภัย ลดกิจกรรมกลางเเจ้ง ช่วง 11.00 -15.00 น.  

กลุ่มเสี่ยง: หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบเเพทย์ 

42.0 – 51.9 องศา อยู่ในช่วงอันตราย สังเกตอาการตัวเองง  

กลุ่มเสี่ยง: หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบเเพทย์  

มากกว่าหรือเท่ากับ 52 องศา อยู่ในช่วงอันตรายมาก งดทำกิจกรรมกลางเเจ้งโดยเด็ดขาด  

กลุ่มเสี่ยง: หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบเเพทย์ 

ผลกระทบต่อสุขภาพ: คือ ผลกระทบที่เกิดจากการรับสัมผัสอุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้นเกินกว่าระดับที่ร่างกายรับได้อาจ  

ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ผื่น บวมแดง ตะคริว รวมถึงกลุ่มที่จะเสี่ยงมากที่สุดก็คือ เด็กเล็ก (0-5 ปี) ผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยหรือ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเจ้งเป็นเวลานาน ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง และนักท่องเที่ยว  

เนื่องจากอากาศร้อนมานานหลายวัน คุณหมอหลายท่านก็ห่วงสุขภาพทุกคนกลัวเรื่องการล้มป่วยจากความร้อนที่ร้อนมากจนเกินไป อย่าง หมอเจด ที่ออกมาเตือนเกี่ยวกับ ฮีทสโตรก โรคฮอตฮิตของหน้านี้เขาเลย ซึ่งคุณหมอได้ออกมาเตือนเเละเเนะนำ ถ้าเรามีอาการเเบบนี้เราควรจัดการยังไง  

ต้องบอกเเบบนี้ว่า พอเข้าสู่เดือนเมษายนแล้ว อากาศในหลายพื้นที่ของไทยเริ่มร้อนจัดขึ้นอย่างชัดเจน บางวันอุณหภูมิแตะ 40–42 องศาเซลเซียส และที่สำคัญคือ “ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index)” หรืออุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึก อาจพุ่งสูงเกิน 50–60 องศา ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับอันตราย ใครที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เดินทาง หรือเลี่ยงแดดไม่ได้ มีโอกาสเสี่ยง “ฮีทสโตรก” หรือโรคลมแดดได้โดยไม่รู้ตัว หลายคนคิดว่าแค่ร้อน เดี๋ยวก็หาย แต่จริง ๆ แล้วถ้าร่างกายควบคุมอุณหภูมิไม่อยู่ อาจถึงขั้นวูบ หมดสติ หรืออันตรายถึงชีวิตได้เลย  

ลองมาเช็กตัวเองกันว่าเรากำลังเสี่ยงอยู่หรือเปล่า และถ้าต้องออกแดดจริง ๆ ควรรับมือยังไงให้ปลอดภัยมากที่สุด 

1.กลุ่มเสี่ยง ฮีทสโตรก (รู้ไว้จะได้ระวังตัวทัน) 

ไม่ใช่แค่คนทำงานกลางแดดเท่านั้นนะที่เสี่ยง แต่ยังรวมถึงคนที่ต้องอยู่กลางแจ้งนาน เช่น ก่อสร้าง เกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก (ควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดี) คนที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ความดัน เบาหวาน คนอ้วน หรือมีไขมันหน้าท้องเยอะ (ระบายความร้อนได้ยาก)  คนที่พักผ่อนไม่พอ หรือดื่มน้ำน้อย  คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือออกกำลังกายกลางแดดหนัก ๆ ซึ่งกลุ่มนี้ถ้าเจออากาศร้อนจัด จะเสี่ยงฮีทสโตรกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป 

2.อาการ/สัญญาณเตือน ฮีทสโตรก (เช็กให้ทันก่อนวูบ) จะมีอาการตั้งเเต่ ตัวร้อนจัด ผิวแดง แต่เหงื่อออกน้อยหรือไม่ออก เวียนหัว มึนงง หน้ามืด เหมือนจะเป็นลม ใจเต้นเร็ว หายใจถี่ เหนื่อยง่าย  คลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนแรงผิดปกติ ปวดหัว ตื้อ ๆ หรือรู้สึกหัวหนัก สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือเริ่มมึนงงผิดปกติ ถ้ามีหลายข้อพร้อมกัน โดยเฉพาะตอนอยู่กลางแดด ให้ระวังว่าอาจกำลังเข้าสู่ภาวะฮีทสโตรกแล้ว 

3.ต้องออกแดด เลี่ยงไม่ได้ รับมือแบบนี้ช่วยได้ 

1. ดื่มน้ำสม่ำเสมอ จิบบ่อย ๆ อย่ารอให้กระหาย ควรเป็น “น้ำเปล่า” หรือน้ำผสมเกลือแร่ เพราะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงหรือคาเฟอีนจะยิ่งทำให้ร่างกายเสียน้ำ (Dehydration) มากขึ้น 

2. ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี ไม่รัดแน่น 

3. ใส่หมวก กางร่ม หรือหาที่บังแดดให้ตัวเอง 

4. พักในที่ร่มเป็นระยะ อย่าอยู่กลางแดดนานต่อเนื่อง 

5. เลี่ยงแดดจัดช่วง 11.00–15.00 น. ถ้าเป็นไปได้ 

6. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ร่างกายขาดน้ำเร็ว 

แค่ปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ  

4.ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ถ้าเจอคนเป็นฮีทสโตรก 

เริ่มจากรีบพาออกจากแดด ไปอยู่ในที่ร่มหรือที่เย็นทันที แล้วคลายเสื้อผ้าให้อากาศถ่ายเทสะดวกใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว หรือประคบตามตัวเช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ ใช้พัดลม หรือหาตัวช่วยระบายความร้อนให้เร็วที่สุด ถ้ายังรู้สึกตัว แนะนำให้จิบน้ำทีละน้อย แต่ถ้าหากหมดสติ ชัก หรืออาการไม่ดีขึ้น รีบโทร 1669 เรียกรถพยาบาลทันที เพราะฮีทสโตรกเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด