สมาคมภัตตาคารไทย ยิ้มร่า “คนละครึ่งพลัส” ดันยอดขายร้านอาหารพุ่ง
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
11 พฤศจิกายน 2568

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า บรรยากาศการใช้จ่ายของโครงการคนละครึ่งพลัส คึกคัก ซึ่งมีคนที่ได้รับสิทธิ จำนวน 20 ล้านคน เพราะเป็นการเติมเงินให้ประชาชนที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มฐานรากให้มีกำลังซื้อในการใช้จ่ายมากขึ้น และสามารถวัดเม็ดเงินใช้จ่ายได้ทันทีผ่านระบบของกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย และแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ซึ่งมีจำนวนใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“โครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้ประชาชนใช้จ่ายมากกว่าปกติ เพราะมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น จากเดิมซื้อแค่ 200 บาท แต่พอรัฐช่วยครึ่งหนึ่งอีก 200 บาทต่อวัน บางคนอาจจะซื้อมากกว่านั้นเพราะมีเงินของรัฐช่วยสนับสนุน และยังช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กลืมตาอ้าปากได้ มีรายได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย” นางฐนิวรรณ ระบุ
ส่วนโครงการเที่ยวดีมีคืน ที่รัฐบาลออกมาสนับสนุนการใช้จ่ายของผู้เสียภาษี ได้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการใช้จ่ายในโรงแรมและร้านอาหาร บรรยากาศถือว่าเริ่มมีความคึกคักมากขึ้นแต่ไม่ได้มากเท่ากับการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งพลัส คึกคัก โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องทำเพิ่มเติมคือ ประชาสัมพันธ์เที่ยวดีมีคืน ให้มากกว่านี้ เพราะคนไทยก็ยังไม่เข้าใจการเสียภาษีและการได้คืนมากนัก
“เที่ยวดีมีคืน ช่วยให้คนมีความรู้สึกอยากใช้จ่ายมากขึ้น มีอะไรได้คืนจากการใช้จ่ายไป จากเดิมที่อาจเก็บเงินไว้ ไม่ได้อยากควักออกมาใช้ในเศรษฐกิจแบบนี้ แต่พอมีสิทธิพิเศษผ่านภาษีก็เป็นแรงจูงใจเสริมมากขึ้นได้ โดยตอนนี้รัฐบาลช่วยคนฐานรากผ่านคนละครึ่ง พลัส และกระตุ้นคนระดับบนให้ใช้จ่ายผ่านเที่ยวดีมีคืน ทำให้ร้านค้าที่ตอบโจทย์คน 2 กลุ่มนี้แบ่งเป็นบนและล่างเลย ส่วนระดับกึ่งกลางอาจยังไม่ได้อานิสงส์มากนัก เพราะคนก็เลือกใช้ในกลุ่มที่ตอบสนองความต้องการของตัวเองเป็นหลัก” นางฐนิวรณ กล่าว
นางฐนิวรรณ กล่าวว่า ตอนนี้โครงการเที่ยวดีมีคืน ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นกินดีมีคืนมากกว่า โดยผู้ประกอบการโรงแรมที่เป็นเพื่อนกันมาเรียกแบบนี้ให้ฟังหลายคนแล้ว เนื่องจากคนใช้สิทธิเพื่อเที่ยวอาจมีน้อย คนที่มีกำลังซื้อในรายได้สูงถึงเกณฑ์เสียภาษี ส่วนใหญ่เลือกไปเที่ยวต่างประเทศมากกว่า โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ของการเที่ยวนอกด้วย คนที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายก็จะเดินทางออกไป ส่วนร้านอาหารที่ได้อานิสงส์จะเป็นร้านอาหารที่มีราคาสูงประมาณ 1,000 บาทต่อหัวขึ้นไป แต่ร้านที่ราคาน้อยกว่านั้นอาจไม่ได้ประโยชน์นัก เพราะพอคนจะใช้สิทธิก็ต้องเลือกที่มีราคามากๆ ก่อนเพื่อให้คุ้มค่ากับการใช้เงินไปในครั้งเดียว
นางฐนิวรรณ กล่าวว่า ขอชื่นชม นายนิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังการ และทีมผู้ออกแบบแนวคิดการใช้เที่ยวดีมีคืน ที่กำหนดให้ใช้กินเที่ยวในเมืองหลักได้ด้วย เพราะกำลังซื้อส่วนใหญ่อยู่เมืองหลักกันหมด รวมถึงมีเมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยวเป็นตัวเลือกให้อีก เข้าใจว่ารัฐบาลต้องการกระตุ้นเที่ยวเมืองรอง เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายกระจายตัว อานิสงส์ไม่ได้กระจุกแค่เมืองหลักเท่านั้น แต่ก็ต้องยอมรับพื้นฐานของเมืองรองที่ไม่ได้มีร้านอาหารหรือโรงแรมให้เลือกมากนัก หากกำหนดเพียงเมืองรองก็อาจคึกคักน้อยกว่านี้ เนื่องจากยังไม่ตอบโจทย์ ไม่คุ้มกับการใช้สิทธิของประชาชน