อึ้ง! เชฟรีวิว “ปลาหมอคางดำ” เนื้อน้อย-ไส้ยาวกว่าลำตัว 9 เท่า 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

30 กรกฎาคม 2567

อึ้ง! เชฟรีวิว “ปลาหมอคางดำ” เนื้อน้อย-ไส้ยาวกว่าลำตัว 9 เท่า 

คุ้มมั้ย? ถ้าจะนำ “ปลาหมอคางดำ” ไปทำอาหาร 

จากสถานการณ์การแพร่ระบาด “ปลาหมอคางดำ” ที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เข้าฟาร์มเพาะเลี้ยง กินสัตว์น้ำตัวอ่อนกุ้งและปลา จนสร้างความเสียหายให้เกษตรกรเป็นอย่างมากในขณะนี้ 

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kensaku ซึ่งเชฟเป็นร้านซูชิชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์รีวิวการชำแหละดูอวัยวะภายในของ “ปลาหมอคางดำ” ระบุว่า…. 

ปลาหมอคางดำ 

– ไส้ยาวเป็น 9 เท่าของความยาวลำตัว 

– เนื้อล้วนสุทธิ 28% ของน้ำหนักตัว (น้ำหนักตัว 277 กรัม เนื้อล้วนไม่มีก้างติดหนังแค่ 79 กรัม) 

– ส่วนที่ต้องทิ้งคิดเป็น 72% ของน้ำหนักตัว 

– ในท้องเจอแต่เลนตะไคร่ (คิดว่าอาหารอื่นคงหากินยากแล้ว) 

– อัตราการจับแบบสุ่มแหที่บ่อหอยบางขุนเทียน เป็นปลาหมอคางดำ 90% อีก 10% เป็นสัตว์ชนิดอื่น (กุเรา, ปลาแมว, ปูทะเล) 

– ปลาส่วนมากเจอไข่พร้อมสืบพันธุ์ 80% ไขมันแทบไม่มีในท้อง 

– น้ำความเค็ม 7-10 ppt เพราะฝนตกน้ำจืดลงมาก 

เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย หลายคนมองว่า ปลาหมอคางดำไม่เหมาะแก่การนำมาเป็นอาหารคน เหมาะแก่การเป็นอาหารสัตว์มากกว่า เช่น ช่องท้องคือใหญ่มาก สรุปมันเอาไปทำอะไรถึงจะคุ้มคะ คิดว่าคนไม่กินเพราะเนื้อมันน้อย, เห็นลำไส้และช่องท้องแล้วทำให้นึกถึงคำว่า “เต็มสูบ”, ปลาอื่นในสภาพเดียวกันนี้ สัดส่วนเนื้อแยะกว่ามั้ยครับ, อันนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นหรือทีมวิจัยครับ, กระดูกจะเยอะไปไหน เครื่องในอี๊กกกก

แล้วลูกเพจล่ะคะ คิดว่าคุ้มมั้ยถ้าจะนำปลอหมอคางดำไปทำอาหาร แต่ก็ต้องคำนึงถึงการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วจนส่งผลเสียต่อระบบนิเวศด้วยนะคะ