ผอ. ท่าอากาศยานภูเก็ต ระบุ ตรวจสอบแล้วไม่พบสิ่งอันตราย หลังเครื่องบินอินเดีย ถูกขู่วางระเบิด
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
13 มิถุนายน 2568

นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต (ผภก.) แถลงข่าวภายหลังเกิดเหตุระทึก แอร์อินเดีย AI379 ที่ TakeOff จากสนามบินภูเก็ตเมื่อเวลาประมาณ 09.15 น. ตามเวลาประเทศไทย มุ่งหน้าปลายทางกรุงเดลี อินเดีย โดยกล่าวว่า ภายหลังจากเครื่องบินได้ขึ้นสู่ความสูงระดับหนึ่งแล้ว และสัญญาณรัดเข็มขัดที่นั่งได้ดับลง ผู้โดยสารคนแรกที่เดินเข้าห้องน้ำด้านหลังเครื่อง ก้ได้พบข้อความข่มขู่วางระเบิด สายการบิน เขียนใส่กระดาษซุกไว้ในห้องน้ำ ข้อความดังกล่าวระบุว่า มีระเบิดในห้องน้ำ ก่อนจะแจ้งให้ลูกเรือทราบ นักบินจึงจำเป็นต้องนำเครื่องกลับมายังสนามบินต้นทาง แต่ก็ต้องบินวนก่อนเพื่อลดน้ำหนักเครื่อง เพราะเพิ่งเติมน้ำมันเต็มถังไว้ ก่อนจะลงจอดที่ท่าอากาศยานภูเก็ตได้อย่างปลอดภัย ซึ่งทาง ทอก. ก็ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุที่วางไว้ทันที โดยการนำอากาศยานไปไว้ที่หลุมจอดที่ 31 ซึ่งอยู่ห่างจากจุดอื่นๆไว้ก่อน ในระหว่างการตรวจสอบตามขั้นตอน

ขณะที่ นายทวนชัย ตันสุริยวงศ์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต สายปฏิบัติการและบำรุงรักษา (รภก.(ปร.)) ระบุว่า การพบกระดาษที่เขียนข้อความข่มขู่นั้น เกิดขึ้นหลังจากที่ตัวเครื่องบิน ขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว และสัญญาณรัดเข็มขัดดับลง โดยคนที่เจอ เป็นผู้โดยสารคนแรกที่เดินเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะแจ้งให้ลูกเรือรับทราบ หลังได้รับแจ้ง ก็จัดตั้งศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Operation Center – EOC) ตามยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิด (Explosive Ordnance Disposal : EOD) และเดินหน้าทำตามแผนที่มีอยู่ คือต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ทหาร, ตำรวจ, และเจ้าหน้าที่ EOD เข้ามาร่วมตรวจสอบ จากนั้นจะมีการนำตัวผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องไปแล้ว เข้ากระบวนการพิสูจน์ทราบ ว่าในตัวผู้โดยสารและสัมภาระที่ติดตัวมานั้น มีสิ่งที่ต้องสงสัยหรือไม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ EOD ของสนามบินร่วมกับ ตร.ในพื้นที่ ทั้ง ตำรวจภูธรภาค 8 และ ตำรวจภูธร จ.ภูเก็ต ตรวจสอบร่วมกัน รวมทั้งนำสัมภาระที่โหลดขึ้นเครื่องมาแล้ว ออกมาเข้ากระบวนการตรวจสอบด้วย ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า ไม่มีสิ่งต้องสงสัย ทั้งในตัวผู้โดยสารและสัมภาระใดๆเลย

นายมนต์ชัย ระบุว่า หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการพิสูจน์ทราบแล้ว นักบินและสายการบิน ก็มีความประสงค์ที่จะนำเครื่องบินขึ้น และเดินทางกลับไปยังกรุงเดลีตามกำหนดเดิม ซึ่งในขั้นตอนนี้ มีผู้โดยสารชายชาวอินเดีย 1 คน จากทั้งหมด 156 คน ไม่ประสงค์จะเดินทางไปกับเที่ยวบินดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อความข่มขู่นั้น ถูกตรวจพบหลังจากที่เครื่องบิน Take Off ไปแล้ว ซึ่งลูกเรือก็ตั้งข้อสงสัยว่า จะถูกนำมาวางในระหว่างที่สายการบิน เปิดให้ผู้โดยสารเดินขึ้นเครื่อง และการที่ลูกเรือไม่สามารถระบุได้ว่า มีใครเดินเข้าห้องน้ำไประหว่างนั้นบ้าง ก็เพราะว่า มีผู้โดยสารเดินขึ้นเครื่องมาพร้อมๆกันหลายคน ทำให้ลูกเรือมองไม่เห็น ประกอบกับบนเครื่องบิน ไม่มีกล้องวงจรปิดด้วย
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้โดยสารที่ต้องสงสัย จำนวน 3 คน มาทำการสอบสวน โดยทั้ง 3 คนนี้ เป็นชาวอินเดียทั้งหมด 2 คนเป็นผู้โดยสารที่นั่งใกล้กับห้องน้ำ และอีก 1 คน เป็นผู้โดยสารที่มปัญหาเรื่องของที่นั่ง จึงต้องนำตัวมาสอบสวนเบื้องต้น แต่ก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ผู้โดยสารคนไหนเป็นคนเขียนข้อความดังกล่าว อีกทั้งกระบวนการพิสูจน์ลายนิ้วมือ ก็ไม่สามารถยืนยันผู้ที่กระทำความผิดได้ จึงจำเป็นต้องปล่อยตัวผู้โดยสารกลับไปทั้งหมด ขั้นตอนการสืบสวนหลังจากนี้ จะเป็นเรื่องของการเก็บหลักฐานเพิ่มเติมและเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการสืบสวนต่อไป
ทั้งนี้ ทางการท่าอากาศยาน มีกฏระเบียบภายในเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างประเทศอยู่ ดังนั้น ทางการท่าอากาศยานไทย จึงต้องส่งต่อข้อมูลให้สายการบินและประเทศเจ้าของสายการบิน เป็นผู้สืบสวนสอบสวนต่อไป
ผอ.ท่าอากาศยานภูเก็ต ระบุว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ก็นำเครื่องบินไปอยู่ในจุดที่ห่างจากเครื่องบินลำอื่นๆ ทำให้ไม่เกิดผลกระทบต่อการขึ้น-ลงของเครื่องบินลำอื่นๆ และในขณะนี้ เครื่องบินลำที่เกิดเหตุ ก็ได้เดินทางกลับไปยังกรุงเดลีแล้ว โดยขึ้นบินเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.