ธนดล ลุยตรวจโรงแรมดังเขาใหญ่ จ่อทวงคืนพื้นที่ ส.ป.ก.?
สุรัตนา เพชรงาม
16 มีนาคม 2567

16 มี.ค. 67 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมด้วย รองเลขาฯ ส.ป.ก. เข้าตรวจสอบพื้นที่ โรงแรม รีสอร์ท ของนายทุน ที่มีชื่อในเอกสาร ส.ป.ก.4-01 ที่เชื่อมโยงจุดหลักหมุด ส.ป.ก.เขาใหญ่ บ้านเหวปลากั้ง หมู่ 10 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และบริเวณภูเขาวังหิน นอกเขตอุทยานฯ อีกแห่ง

นายธนดล กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งให้เอาจริงและตรวจสอบผู้ที่ได้รับเอกสาร ส.ป.ก. ทั่วประเทศ ว่าเป็นเกษตรกรตัวจริงหรือไม่ หรือเป็นนายทุน โดยให้รื้อทั้งหมดที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบและวัตถุประสงค์ คาดว่ากว่าสองล้านไร่ โดยจะนำร่องก่อนที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แห่งแรก เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ได้เอกสาร ส.ป.ก.4-01 เป็นนายทุน เจ้าของโรงแรม รีสอร์ท ถือครองเอกสาร ส.ป.ก.4-01 กว่า 29 แปลง
โดยวันนี้เป็นพื้นที่โรงแรม รีสอร์ท และบ้านจัดสรรชื่อดังอยู่นอกเขต ติดแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้เข้าตรวจสอบว่าพื้นที่คาบเกี่ยวอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. และพื้นที่นิคมมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากได้รับการร้องเรียนมา เพื่อนำมาประเมินก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากพบว่ากระทำผิดจริง จะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยให้เพิกถอนสิ่งปลูกสร้าง แต่ถ้าผู้ประกอบการไม่ยอมเพิกถอน ก็จะแจ้งความดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ม.3 (15) ความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จะเป็นหมุดหมายแรกที่ดำเนินการตรวจสอบการกระทำความผิดทั่วประเทศ
ทั้งนี้ เงื่อนไขในการเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกรรม ที่ คปก. ต้องเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนด เพื่อยกระดับ สามารถนำโฉนด ส.ป.ก.4-01 ไปประกันตัวผู้ต้องหาได้ รวมทั้งนำไปเข้าธนาคารมาเพื่อการเกษตรได้
ส่วนผู้มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 ระบุ ผู้มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน ส.ป.ก. มี 3 ประเภท ที่มีสัญชาติไทย คือ
1.เกษตรกร เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักอยู่แล้ว โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในรอบปี เพื่อประกอบเกษตรกรรมในท้องถิ่นนั้น
2.ผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรเป็นหลัก ผู้ยากจน มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จบการศึกษาทางเกษตรกรรมไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเท่า เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
3.สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร ชุมชนสหกรณ์การเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ผู้ที่ผ่านตามเขื่อนไขก็มีสิทธิ ส่วนนอกเหนือจากนี้ ถือว่าผิดวัตถุประสงค์และระเบียบเงื่อนไข ไม่สามารถถือครองและเข้าไปทำประโยชน์ พื้นที่ ส.ป.ก. ได้