เจาะกลไกจิตวิทยา มีอะไรในสมอง? ของคนขี้บูลลี่ กรณีน้องทับทิมผู้พิการแขนถูกบูลลี่นาน 2 ปี
ไนซ์ อีจัน
1 เมษายน 2569

เรื่องราวของน้องทับทิม ผู้พิการแขน ที่มีชายคนหนึ่งตามบูลลี่ คุกคามนานกว่า 2 ปี หลังจากตามจีบเป็นปีไม่ติด จึงเปลี่ยนมาใช้คำพูดทำร้ายใจ จนส่งผลให้น้องต้องเข้ารับการดูแลทางจิต
ด้านคุณพ่อหลังได้เห็นแชท รู้สึกว่ามันรุนแรงเกินรับไหว และต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ทีมอีจันจึงได้ติดต่อ คุณหมอแน๊ต ดร.นพ. วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ ผอ.สำนักความรอบรู้สุขภาพจิต, โฆษกกระทรวงสาธารณสุข, และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น (สังกัดกรมสุขภาพจิต) เพื่อสัมภาษณ์ถึงประเด็นกลไกทางจิตวิทยาของคนที่มักจะบูลลี่คนอื่นอยู่เสมอ โดยคุณหมอได้เล่าถึงประเด็นนี้ว่า คนที่บูลลี่คนอื่น มีกลไกทางจิตบางอย่าง หลายคนมีปัญหาเรื่องด้อยค่า ไม่มั่นใจในตัวเอง โดยคุณหมอได้พูดถึงประเด็นนี้ไว้ว่า

“หลายคนก็มีปัญหาเรื่องความรู้สึกคุณค่าในตัวเอง คือคนที่ไปบูลลี่คนอื่น ดูแบบพูดจาอย่างมั่นใจ หลายคนคือไม่ได้มั่นใจ ลึกๆ รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยหรือไม่ค่อยมีคุณค่า การที่เขาไปข่มขู่อย่างนี้ มันก็เลยช่วยให้เขารู้สึกว่าเขามีความเหนือกว่าคนอื่น เป็นกลไกป้องกันทางจิตรูปแบบหนึ่ง ที่เขาพยายามกลบความรู้สึกด้อยค่าล้มเหลวในชีวิตเขาครับ”
และยังพูดถึงประเด็นของผู้ที่เคยเป็นเหยื่อความรุนแรง หรือการถูกบูลลี่ ก็อาจมีพฤติกรรมแบบเดียวกันนี้ได้เช่นกัน
“หลายคนก็จริงๆ ก็เคยมีประสบการณ์เป็นเหยื่อมาก่อนนะครับ ถูกกระทำความรุนแรงมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการบูลลี่หรือว่าการทำร้ายร่างกายในอดีต แล้วเขาก็เรียนรู้ว่าพฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมที่ทำได้”
อีกทั้งคุณหมอยังย้ำถึงประเด็นเรื่องอาการป่วยไม่ใช่ข้ออ้างในการทำผิดกฎหมาย แม้ว่าจะเป็นผู้ป่วยทางจิตเวชหรือไม่ ไม่มีข้ออ้างใดใช้ทำผิดกับผู้อื่นได้


“ตราบใดที่มันผิดกฎหมาย คุณไม่จำเป็นต้องไปมองครับว่าคนนี้เป็นโรคหรือไม่เป็นโรค เพราะว่ามันไม่มีเหตุผลใดเลยที่ต่อให้คุณเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคแล้วคุณจะทำผิดกฎหมาย”
คุณหมอยังย้ำความประทับใจ ชื่นชมครอบครัวน้องทับทิม ผู้เป็นเหยื่อ ที่จัดการกับปัญหาได้อย่างถูกต้อง
“ผมคิดว่าเรื่องนี้ครอบครัวตัดสินใจทำได้ถูก ถึงคุณพ่อจะล่ำมากก็ตามนะ แต่ว่าเขาไม่ตัดสินใจใช้กำลัง ผมเชื่อว่าอันนี้เป็นสิ่งที่อยากให้เป็นบทเรียนสะท้อนสังคมว่า การจัดการปัญหาคนที่บูลลี่จริงๆ เนี่ย ทางกฎหมายเนี่ยมันจะยั่งยืนที่สุดนะครับ”
อีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวโซเชียลเป็นอย่างมาก ทืมอีจันขอให้ น้องทับทิม ผู้เป็นเหยื่อบูลลี่ในครั้งนี้ กลับมามีรอยยิ้มที่สดใสและเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นต่อไปนะคะ