กอร.ฉ. แจงไม่ได้ปิดสื่อ แค่จัดการ ข้อมูล ข่าวสาร การเมือง

migrator

migrator

11 มกราคม 2564

กอร.ฉ. แจงไม่ได้ปิดสื่อ แค่จัดการ ข้อมูล ข่าวสาร การเมือง

ตามที่มีข่าวปรากฏ ว่ามีคำสั่ง หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ฉบับที่ 4 เรื่อง ให้ตรวจสอบและระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะตามข้อ 2 ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 สร้างความเข้าใจอาจจะคลาดเคลื่อน

ภาพจากอีจัน
ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงถึงเหตุผลที่ออกประกาศฉบับที่ 4 นี้ ว่า เนื่องจากได้รับการแจ้งจากหน่วยข่าวว่าได้มีกานำเสนอข้อมูล อันอาจจะเกิดความสับสนและปลุกปั่น ก่อให้เกิดความไม่สงบได้ จึงออกประกาศมา ซึ่งการประกาศก็จะต้องให้หน่วยงาน ทั้ง กสทช. และดีอีเอส ไปพิจารณาในเรื่องของ ข้อมูล ข่าวสาร ที่ได้รับ ที่ตนเองได้รับมาหรือมีอยู่ ว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่ หากทำผิดกฎหมายก็ให้หน่วยงานนั้นๆ ไปดำเนินการพิจารณาตามการบังคับใช้กฎหมายในสภาวะปกติ ก็คือถ้าต้องการที่จะถอดข้อความออกเป็นบางช่วง หรือระงับการออกอากาศก็ต้องไปขออำนาจศาล จึงขอแจ้งให้ทราบ เนื่องจากว่าการประกาศฉบับนี้ออกมา เรายังไม่ได้บังคับใช้ จำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดขั้นตอน หลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป
ภาพจากอีจัน
ขอเรียนให้เข้าใจว่า กอร.ฉ. ไม่มีนโยบายหรือยังไม่มีคำสั่งที่จะจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อ แล้วก็ยังไม่มีการสั่งปิดสื่อ เป็นเพียงการจัดการข้อมูลข่าวสาร ที่มีปัญหาชิ้นๆไปหรือเป็นช่วงๆเวลาไป ซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความสับสน อาจจะก่อให้เกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้นได้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่แล้ว จึงจำเป็นต้องออกมาในลักษณะนี้ก่อน ทั้งนี้ได้มีคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ที่ 13 / 2563 1.เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสื่อและข้อมูลข่าวสารที่มีความร้ายแรง โดยมีหน้าที่บริหารจัดการข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏทางสื่อมวลชน เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอื่นใด สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมอันส่งผลกระทบต่อความั่นคงของประเทศและให้รวบรวมไว้เป็นระบบอย่างมีประสิทธิภาพ 2.สืบสวนตรวจสอบพิสูจน์ทราบติดตามความเคลื่อนไหวของการสื่อสารหรือข้อมูลข่าวสารของบุคคลที่ได้มีการเผยแพร่รวมทั้งส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายหรือเพื่อระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม 3.กำหนดมาตรการเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายหรือก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ ในการทำงานของ กอร.ฉ. มีปลัดกระทรวงดีอีเป็นประธาน และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมาเป็นคณะกรรมการพิจารณาร่วมกัน หากมีข้อมูลข่าวสารจะแบ่งออกมาเป็นรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หากเป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบต่อความมั่นคงหรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมาย ถ้าเป็นบุคคลเราก็จะเรียกมาตักเตือน ถ้าเป็นเรื่องความผิดตามกฎหมายแล้วเราจะให้หน่วยงานนั้นๆ เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ หากเป็นเฟกนิวส์ ที่สามารถใช้มาตรทางการปกครองได้ ก็ให้หน่วยงานนั้นๆ ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ เราจะให้อำนาจตาม พ.ร.ก. หรือ ตามประกาศในสภาวะฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ถ้ามีเรื่องเร่งด่วนจริงๆ ถึงจะประกาศใช้อำนาจระงับใช้ ส่วนที่ไม่สามารถรอให้หน่วยงานปกติทำได้ หากรออาจจะไม่ทันต่อเหตุการณ์หรือก่อให้เกิดความเสียหายได้ จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ